สองทุ่ม ซูยู่ไป๋กับซูเจี้ยนกั๋วก็กลับมา
บนเตียงเตาคังในห้องมีเสื้อกล้านวมที่แก้เรียบร้อยแล้ววางอยู่
ซูยู่ไป๋ยิ้มออกมา ก่อนถอดเสื้อบุนวมที่สวมอยู่อย่างรวดเร็ว
เสื้อกล้านวมที่แก้แล้วพอดีตัว แถมยังทำให้รู้สึกอบอุ่นไปทั้งตัว
เขาแหวกม่านประตู เดินไปหยุดหน้าห้องของเจียงชิงหวาน
“ขอบคุณนะพี่สะใภ้ เสื้อพอดีตัวเลย”
เสียงของเจียงชิงหวานดังมาจากข้างใน “พอดีก็ดีแล้ว วันนี้เธอคงเหนื่อยมาก รีบพักผ่อนเถอะ”
ซูยู่ไป๋รู้สึกได้ว่าอารมณ์ของเจียงชิงหวานดูไม่ค่อยดีนัก
พรุ่งนี้ค่อยถามแล้วกัน ดึกมากแล้ว ตอนนี้คงไม่เหมาะจะถาม
ห้องฝั่งตะวันออก
ฉินซู่หลานกำลังปะชุนเสื้อผ้า พอเห็นซูเจี้ยนกั๋วกำลังจะขึ้นเตียงเตาคังก็เหลือบมอง แล้วด่าอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “กลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งตัว ลงไปนอนกับพื้นเลยไป”
ซูเจี้ยนกั๋วรู้ว่าฉินซู่หลานโมโหที่ตอนเที่ยงเขาดื่มเหล้ามากเกินไป จึงไม่กล้าพูดอะไร
ตั้งแต่เขาฟื้นขึ้นมา นี่เป็นครั้งที่ 36 แล้วที่โดนด่า
เขาขยับผ้าห่มไปอีกฝั่งอย่างว่าง่าย
ฉินซู่หลานส่งเสียงฮึอย่างไม่สบอารมณ์ ผ่านไปครู่หนึ่งก็วางเข็มกับด้ายลง แล้วถามว่า “ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”
ถามแล้วเธอก็รออยู่พักหนึ่ง แต่ซูเจี้ยนกั๋วกลับไม่ตอบ
พอหันไปมองก็เห็นว่าเขาเริ่มกรนแล้ว เธอจึงเตะเขาอย่างโมโห
“มีอะไร?” ซูเจี้ยนกั๋วสะดุ้งลุกพรวดขึ้นมา
ฉินซู่หลานถาม “นายเป็นศพหรือไง? ขึ้นเตียงปุ๊บก็หลับปั๊บ?”
ซูเจี้ยนกั๋วทำหน้าเอือม “ตกลงมีอะไร?”
ฉินซู่หลานจ้องเขา “ฉันถามหน่อย ถ้าให้ลูกสาวคนเล็กบ้านเหล่าซ่งแต่งกับลูกชายคนเล็กของเราเป็นไง?”
ซูเจี้ยนกั๋วชะงักไป “ยัยดำคนนั้นน่ะเหรอ?”
ฉินซู่หลานแย้ง “พูดให้มันดี ๆ หน่อย ดำแล้วไง? ทำงานเก่งจะตาย แถมหุ่นแบบนั้น ดูก็รู้ว่ามีลูกชายได้”
