สตรีผู้ถูกหย่าร้างคือจ้าวแห่งเคล็ดลับ

ตอนที่ 2 พบคนพาลไร้ใจ

6 นาที· 1.3K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้าน สายตาของซังเซี่ยมองลอดไปยังเงาร่างงดงามใต้เพิงแจกโจ๊ก

นางเห็นสตรีอายุราวยี่สิบสี่ยี่สิบห้าปี แต่งกายเรียบง่าย งามสง่า ท่าทางอ่อนล้า ในดวงตาคู่นั้นเปี่ยมด้วยความเวทนาและสงสารเมื่อมองดูชาวบ้าน

แม้ผู้ที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นขอทานเนื้อตัวมอมแมม นางก็ยังคงยื่นโจ๊กให้ด้วยสองมือ ไม่มีทีท่ารังเกียจแม้แต่น้อย เป็นผู้มีเมตตาจิตยิ่งนัก

นางเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ สมควรมีชีวิตเป็นสุขไปชั่วกาล แต่กลับพบเจอคนทรยศ นำพาชะตาอนาถมาสู่ตน

คล้ายสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมา ฮูหยินเว่ยหร่วนเชียนเหอจึงเหลือบมองมายังทางนี้

จากนั้นนางถือโจ๊กชามหนึ่งเดินเข้ามา ราวเกรงจะทำให้ซังเซี่ยตกใจ นางจึงเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ดื่มเถิด”

ซังเซี่ยมองโจ๊กตรงหน้า นิ้วมือสั่นน้อยๆ ผู้มีจิตใจงดงามเช่นนี้ ไม่สมควรต้องพบชีวิตอันขมขื่น

นางรับโจ๊กมาดื่มจนหมด

“ค่อยๆ ดื่ม ในหม้อยังมีอีก”

หร่วนเชียนเหอยังคงปลอบเสียงนุ่ม “ข้าจะตักให้อีกสักชาม”

“ไม่ต้องแล้ว ชามเดียวก็พอ”

โจ๊กอุ่นๆ ผ่านลงท้อง ซังเซี่ยพลันรู้สึกดีขึ้นหลายส่วน

“ฮูหยิน เพื่อเป็นการขอบคุณ ให้ข้าทำนายให้สักครั้งดีหรือไม่”

คาดไม่ถึงว่าเด็กสาวอายุน้อยจะเอ่ยเช่นนี้ หร่วนเชียนเหอชะงักไปชั่วขณะ แล้วจึงส่ายหน้า

“ไม่จำเป็น ข้าไม่เชื่อเรื่องเหล่านี้”

ชะตากรรมลิขิตด้วยตน นางไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้

“จะเชื่อหรือไม่ รอให้ข้าทำนายเสร็จแล้วฮูหยินค่อยตัดสินก็ไม่สาย” ซังเซี่ยยืนกราน

“ฮูหยินเกิดปีติงอู่ เดือนอู้เฉิน วันอี๋โฉ่ว ช่วยติงเว่ย ปีนี้อายุยี่สิบสี่ ท่านมาจากตระกูลหร่วนแห่งกองทัพ เป็นธิดาเพียงผู้เดียวในรุ่น ท่านเติบโตท่ามกลางการทะนุถนอมของบิดามารดาและพี่ชาย กระทั่งห้าปีก่อนบิดาและพี่ชายพลีชีพในสนามรบ ท่านจึงสูญเสียที่พึ่งพิงใหญ่หลวง”

เมื่อได้ฟัง ร่างหร่วนเชียนเหอสั่นสะท้าน หางตาแดงก่ำโดยไม่รู้ตัว “เจ้าพูดถูก”

“แม่นางน้อยนี่ เหตุใดจึงเนรคุณ ฮูหยินบ้านข้ามีน้ำใจแจกโจ๊ก เจ้ากลับเอ่ยวาจาทำให้ฮูหยินข้าโศกเศร้า”

สาวใช้ที่กำลังแจกโจ๊กสาวเท้าเข้ามาประคองร่างโอนเอนของหร่วนเชียนเหอพลางจ้องซังเซี่ยอย่างดุร้าย

“ดูดวงอะไรกัน ที่เจ้าพูดมานี้ ชาวเมืองหลวงใครบ้างไม่รู้ ตระกูลหร่วนเราคือวีรชนผู้ปกป้องแคว้นต้าเหลียง”

“ใช่แล้ว เรื่องพวกนี้ในเมืองหลวงไม่มีใครไม่รู้ แม่นางนี่พูดอย่างนี้ มิใช่จงใจให้ฮูหยินเว่ยโศกเสียใจหรือ”

“ข้าว่าเป็นจอมลวงลม”

ชาวบ้านรอบๆ พากันมองนางอย่างไม่พอใจ “ฮูหยินเว่ยน้ำใจงามแจกโจ๊ก ไม่เคยเรียกร้องเงินทองจากเจ้า เหตุใดจึงทำเช่นนี้ รีบไปเสียเถิด”

“ใช่ รีบไป”

ซังเซี่ยไม่สนใจผู้คนรอบข้างเอ่ยต่อ “ก็ขอพูดถึงสิ่งที่ไม่มีผู้ใดรู้ ฮูหยินอายุสามขวบเคยถูกแมวข่วน แขนจึงมีแผลเป็นอยู่จนบัดนี้ หกขวบทำถ้วยหยกใบโปรดของท่านแม่แตก สิบขวบด้วยความซุกซน หยิบกระบี่ของท่านพ่อมาฝึกวิทยายุทธ์ พลั้งมือโยนกระบี่ตกทะเลสาบ…”

ฟังคำซังเซี่ย รอบด้านส่งเสียงเย้ยหยัน “เหลวไหลสิ้นดี คนที่นางพูดถึงจะเป็นฮูหยินเว่ยได้อย่างไร”

“ฮูหยินเว่ยแม้มาจากตระกูลทหาร แต่ก็เรียบร้อยสง่างามมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เด็กเล่าเรียนดนตรี หมาก หนังสือ ภาพวาดในเมืองหลวง เป็นเยี่ยงอย่างคุณหนูผู้ดีในเมืองหลวง จะทำเรื่องอย่างที่นางว่าได้อย่างไร”

“จริงทีเดียว หลอกลวงยังไม่รู้จักหาข้อมูล”

ชาวบ้านที่มุงดูเห็นว่านางพูดจาเหลวไหล แต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นแววตระหนกของหร่วนเชียนเหอ

หร่วนเชียนเหอมองซังเซี่ย ไม่เข้าใจว่าเรื่องในอดีตที่มีเพียงคนในครอบครัวรู้ นางรู้ได้อย่างไร

“เสี่ยวอวิ๋น เจ้าแจกโจ๊กต่อไปเถิด แม่นางน้อยเชิญตามข้ามา”

หร่วนเชียนเหอพาซังเซี่ยเข้าไปในโรงน้ำชาข้างๆ

“หมายความว่าไง หรือว่านางพูดถูกหมด”

ชาวบ้านมองดูฉากนั้นด้วยความสงสัย

แต่ไม่มีใครสามารถตอบคำถามนั้นแก่พวกเขาได้

ทั้งสองมาถึงห้องลับนั่งลง หร่วนเชียนเหอถามอย่างไม่อ้อมค้อม “เจ้าเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลหร่วน”

“ไม่เกี่ยวข้องเลย” ซังเซี่ยเข้าใจความหมายนาง อธิบาย “ที่ข้าพูดล้วนเป็นสิ่งที่ข้าทำนายออกมา”

“เป็นไปได้อย่างไร” หร่วนเชียนเหอยังไม่เชื่อ ในสายตานาง พวกหมอดูพเนจรล้วนเป็นพวกหลอกลวงต้มตุ๋น

“ไม่ว่าท่านเชื่อหรือไม่ ข้าดื่มโจ๊กของท่านแล้ว ก็จะทำนายให้สักหนึ่ง”

ซังเซี่ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านสมควรมีชีวิตเป็นสุขไปตลอดกาล แต่เคราะห์ที่ได้พบคนชั่วร้ายใจคด นำภัยมาสู่ครอบครัวและตัวท่านเอง”

หร่วนเชียนเหอใจสะท้าน “เจ้านี่หมายความใด”

“ตระกูลหร่วน รวมทั้งบุตรของท่านที่เพิ่งสิ้นชีวิตตั้งแต่เกิดเมื่อสองเดือนก่อน มิใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นผู้หนึ่งจงใจวางแผนทั้งหมด ผู้นั้นคือสามีของท่าน เว่ยเหยียน”

พอขาดคำ แววตาอ่อนโยนของหร่วนเชียนเหอก็ถูกโทสะเข้าแทนที่ในบัดดล

“บ้าบอสิ้นดี กลับมากล่าวหาสามีของข้า”

เห็นนางไม่เชื่อ ซังเซี่ยก็ไม่ได้อธิบายอีกมาก โชคชะตาของแต่ละคนย่อมแตกต่าง นางได้กล่าวเตือนแล้ว หากนางมิอาจตื่นรู้ ก็ไม่มีผู้ใดช่วยนางได้

“เชื่อหรือไม่แล้วแต่ท่าน”

ซังเซี่ยหมุนกายจะจากไป แต่ถึงหน้าประตูก็ทิ้งท้ายอีกประโยคหนึ่ง

“เมื่อท่านกลับจวนเว่ย มารดาของสามีและสามีของท่านจะนำทารกคนหนึ่งมาให้ท่านรับเลี้ยง นั่นคือบุตรนอกสมรสของสามีท่าน”

ด้วยโจ๊กเพียงชามเดียว นางไม่ควรกล่าวมากถึงเพียงนี้ แต่เห็นนางน่าสงสารนัก นางจึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวเพิ่มอีกประโยค

“เดี๋ยวก่อน”

หร่วนเชียนเหอเดินมาอยู่ตรงหน้า คิ้วขมวดแน่น “นี่คือเงินสิบตำลึง เจ้ารับไว้เถิด เจ้ายังหนุ่มสาว หางานอย่างอื่นทำได้ อย่าหลอกลวงคนอื่นอีกเลย”

นางฟังคำของซังเซี่ยเป็นเพียงคำเพ้อเจ้อ

สามีนางปฏิบัติต่อนางดียิ่ง เป็นที่พึ่งพิงใหญ่หลวงในยามนี้ จะทำร้ายนาง หลอกลวงนางได้อย่างไร

ซังเซี่ยมองดูเงิน รู้สึกแต่เพียงว่าตระกูลหร่วนปกป้องธิดาผู้นี้ดีเกินไป ไม่ล่วงรู้เลยถึงใจคนที่ชั่วร้าย

“เมื่อเห็นแก่เงิน ข้าขอกล่าวอีกสักประโยค ในห้องหนังสือของสามีท่านซ่อนความจริงแห่งความพ่ายแพ้ของตระกูลหร่วนไว้ จะหาเจอหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับท่านเอง”

กล่าวจบซังเซี่ยก็หมุนกายจากไป

หร่วนเชียนเหอส่ายหน้าอย่างจนใจ ไม่ได้ใส่ใจคำของนาง

นางยังคงแจกโจ๊กให้ชาวบ้านต่อไป จนฟ้าใกล้ค่ำ จึงพาบ่าวกลับจวน

“ฮูหยิน ท่านกลับมาแล้ว ท่านย่าและท่านแม่ทัพกำลังรอท่านอยู่ที่โถงกลาง”

พ่อบ้านจวนเว่ยเข้ามารับหน้าคารวะ

หร่วนเชียนเหอตรากตรำมาทั้งวัน ค่อนข้างอ่อนล้า แต่ได้ยินว่าทั้งสองคนกำลังรอตน คิดว่าคงมีเรื่องสำคัญ แม้แต่เสื้อผ้ายังไม่ทันเปลี่ยนก็มาที่โถงกลาง

ทว่ายามก้าวเข้าโถงกลาง หัวใจนางก็พลันกระตุกวูบ

เห็นมารดาสามีผู้มีสีหน้าเคร่งขรึมเป็นนิจ กำลังหยอกล้อทารกในอ้อมกอดด้วยความรักใคร่เอ็นดู ส่วนสามีนางก็ยืนเคียงข้างด้วยสีหน้าอ่อนโยนเต็มเปี่ยม

ในใจนางพลันปรากฏคำพูดของซังเซี่ยขึ้นมา

“เมื่อท่านกลับจวนเว่ย มารดาของสามีและสามีของท่านจะนำทารกคนหนึ่งมาให้ท่านรับเลี้ยง นั่นคือบุตรนอกสมรสของสามีท่าน”

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป