พอพูดจบ จางกุ้ยเฟินที่อยู่ข้าง ๆ ก็ถึงกับอึ้ง
เรื่องใหญ่ระดับการแต่งงานแบบนี้ เด็กตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเราจะเข้าไปยุ่งได้เหรอ?
“แน่ใจนะ? คิดดีแล้วหรือยัง!”
ถังอวี้ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมีปัญหาอะไร
ถ้าตัดสินใจเองได้ ก็อย่าปล่อยให้คนอื่นเข้ามายุ่งเด็ดขาด ดูท่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้จะเป็นคนที่รู้จักคิดตั้งแต่เด็กจริง ๆ
“แน่ใจค่ะ ฝากองค์หญิงช่วยด้วยนะคะ!”
“ได้สิ เรื่องนี้ง่ายมาก เดี๋ยวฉันให้สาวใช้ในวังไปส่งข่าว บอกให้น้องชายฉันพาคนมา แล้วพวกเธอสองคนก็คุยกันตามลำพัง”
วันนี้เป็นวันแรกที่ได้พบสหายร่วมเรียน จึงยังไม่ได้เริ่มเรียนอย่างเป็นทางการ เวลาเลยเหลือเฟือ ทุกคนต่างกำลังทำความคุ้นเคยกับสหายร่วมเรียนของตัวเอง
หลังเจาจวินได้รับข่าวจากสาวใช้ในวังของพี่สาว เขาก็พาสหายร่วมเรียนทั้งสองคนไปที่สวน
ส่วนถังอวี้ก็พาจางกุ้ยเฟินกับเจาเจี่ยนไปที่สวนเช่นกัน
หลังทั้งสองฝ่ายพบกันและคารวะเรียบร้อย ถังอวี้ก็แหงนมองฟ้า ก่อนจะก้มหน้าพูดขึ้น
“เอ่อ ฉันทำผ้าเช็ดหน้าหล่นไว้ข้างหลังน่ะ เสี่ยวเฟิน พวกเรากลับไปหาผ้าเช็ดหน้ากันเถอะ”
การแสดงห่วยแตกสุด ๆ หวังกว่านที่อยู่ข้าง ๆ มองท้องฟ้าอย่างงุนงง ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง
เจาจวินเข้าใจความหมายของพี่สาวดี จึงจูงมือเฉาผิงแล้วเอ่ยขึ้น
“ฉันกระหายน้ำนิดหน่อย ไปดื่มชาทางนั้นเป็นเพื่อนหน่อยสิ”
พี่น้องทั้งสองหาข้ออ้างส่ง ๆ แล้วพาคนข้างกายเดินจากไป ทิ้งให้หวังกว่านกับเจาเจี่ยนยืนสบตากันอยู่ในสวน
“ไม่ต้องเดาหรอก ฉันเป็นคนขอให้องค์หญิงช่วยเอง ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”
หวังกว่านยิ้มอย่างสุภาพอ่อนโยน
