พอได้ยินคำพูดนี้ ถังอวี้ก็เดาได้ทันทีว่าหวังกว่านรู้เรื่องที่นางทำแล้ว คาดว่าท่านหวังคงส่งสัญญาณบางอย่างให้ลูกชาย
แต่ถังอวี้ไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แถมยังเอ่ยขึ้นอย่างเปิดเผยอีกด้วย
“คุณชายหวัง ท่านกับเจาเจี่ยนหมั้นหมายกันแล้วหรือ?”
หวังกว่านไม่เข้าใจเจตนาขององค์หญิงในทันที เขาจึงส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัว
“ยังขอรับ ข้ากับท่านหญิงไม่มีวาสนาต่อกัน ขอองค์หญิงอย่าตรัสถึงเรื่องนี้อีกเลย
และขอองค์หญิงอย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ผู้อื่นทราบในภายหน้า เพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงของท่านหญิง”
“ดีมาก”
ถังอวี้หัวเราะพลางปรบมือ ดูท่าหวังกว่านไม่ได้เอาความไม่ชอบใจที่มีต่อเจาเจี่ยนไปพาลใส่คนอื่น
แม้จะไม่ใช่ความไม่ชอบใจเสียทีเดียว แต่ผู้ชายใจแคบก็มักจะเก็บเรื่องแบบนี้มาใส่ใจ
“ในเมื่อคุณชายหวังยังไม่ได้หมั้นหมาย ข้าก็แค่บอกท่านหวังว่าข้าคิดว่าคุณชายหวังเป็นคนยอดเยี่ยม ใครเห็นก็ยากจะลืม แถมยังชวนให้รู้สึกชื่นชอบ คำพูดนี้ถือว่าล่วงเกินหรือไม่?”
หวังกว่านถึงกับพูดไม่ออก
ถูกคนชมแล้วจะไปกล่าวโทษคนชมได้อย่างไร เพียงแต่...ตรงไปตรงมาและกระตือรือร้นเกินไปหรือเปล่า?
หวังกว่านผู้เชี่ยวชาญศิลปะแห่งการพูดอ้อมค้อม ยังไม่รู้ว่าจะรับมือกับความกระตือรือร้นตรงไปตรงมาเช่นนี้อย่างไร
ท่านหญิงก็พูดตรงขนาดนี้ องค์หญิงก็พูดตรงเช่นกัน ช่างทำให้คนรับมือไม่ไหวจริง ๆ
หวังกว่านถอยหลังหนึ่งก้าว คารวะอย่างสุภาพ แล้วเอ่ยขอโทษ
“หวังกว่านเลอะเลือนไปชั่วขณะ ถึงได้เข้าใจผิดว่าองค์หญิงจงใจแต่งเรื่องโกหกต่อหน้าบิดาของข้า จนทำให้ท่านพ่อเลิกล้มความคิดเรื่องการหมั้นหมาย
ข้าหลงคิดว่าตนฉลาด แต่กลับทำอะไรหุนหันเอาแต่ใจ ขอองค์หญิงลงโทษด้วย”
ท่าทางเคร่งขรึมคร่ำครึของคนตรงหน้าทำให้ถังอวี้อดหัวเราะไม่ได้
นางก้าวไปข้างหน้า แล้วไล่ต้อนเขาทีละก้าว
“ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้คุณชายหวังก็เชื่อแล้วหรือว่าข้าคิดว่าท่านยอดเยี่ยม รูปงาม และทำให้คนรู้สึกชื่นชอบ เรื่องนี้เป็นความจริง?”
