หลินซิงเหยาเองก็ไม่รู้ว่าจวินเสวียนเย่ อดีตประธานคนก่อน ตอนนี้นับว่าเป็นอะไร คิดแล้วก็พูดว่า “เขาน่ะนะ เมื่อก่อนก็เป็นผู้บริหารจริง ๆ แต่หลังจากป่วยไปหลายปีก็ไม่ได้มาทำงาน พักนี้หายดีแล้วก็เตรียมจะกลับมาทำงาน แต่ว่าตำแหน่งของเขาถูกคนอื่นยึดไป ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นตำแหน่งอะไร”
“อ้าว อย่างนั้นก็น่าเสียดายแย่ การแข่งขันในที่ทำงานน่ะรุนแรงมาก กลับมาทำงานแล้วเกรงว่าคงไม่มีตำแหน่งดี ๆ ในทันที นี่ เธอมีสามีแล้ว ต่อไปก็คงไม่ไปกินข้าวกับฉันแล้วใช่ไหม”
หลินซิงเหยามีเพื่อนไม่มาก คบกับเสี่ยวต่งได้ไม่กี่วัน สองสาวคุยกันถูกคอมาก ช่วงนี้มาทำงานก็ไปกินข้าวด้วยกันตลอด
หลินซิงเหยาคิดดูแล้วรู้สึกว่าเห็นเพื่อนสวยลืมเพื่อนเก่าดูไม่ค่อยดี จึงส่งข้อความกลับไปหาจวินเสวียนเย่ว่า “ไม่ล่ะ ฉันนัดกินกับเพื่อนร่วมแผนกไว้แล้ว”
เสี่ยวต่งเห็นว่าเธอมีน้ำใจนัก ดีใจสุด ๆ “ส่งแอคเคาท์สามีเธอมาให้ฉันหน่อย ฉันจะไปอวดเขาซะหน่อย!”
จวินเสวียนเย่กำลังจะถามหลินซิงเหยาว่าอยากกินอะไร ปรากฏว่าเธอปฏิเสธเขาไปดื้อ ๆ …
ตอนนั้นเอง เขาก็พบว่ามีคนแปลกหน้าขอเพิ่มเพื่อนในมือถือ ปกติจวินเสวียนเย่ไม่คิดจะรับ แต่กลับเห็นข้อความยืนยันตัวของอีกฝ่ายน่าหมั่นไส้นัก “ฮัลโหล ผมมาจากแผนกโลจิสติกส์นะ ระหว่างเวลางาน เมียคุณตกเป็นของผมแล้ว!”
แบบนี้ จวินเสวียนเย่ยิ่งไม่อยากเพิ่มเพื่อนเข้าไปใหญ่ ทำเป็นไม่สนใจไปเลย
บ่ายวันนั้นมีการประชุมสรุปของทุกแผนก หลินซิงเหยาซึ่งเป็นผู้จัดการแผนกโลจิสติกส์ก็ต้องเข้าร่วมอยู่แล้ว
