หลินซิงเหยาไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย เธอยิ้มพลางตอบรับว่า “ในเมื่อจะพนันกันทั้งที คงต้องมีเดิมพันด้วยสินะ?”
ระหว่างพูด เธอยังไม่ลืมแตะกิ๊บดอกไม้บนศีรษะ แล้วบันทึกเรื่องพนันเอาไว้ ป้องกันไม่ให้ใครกลับคำภายหลัง
ซ่งเชียนเชียนมั่นใจว่าตัวเองไม่มีทางแพ้ เธอแทบรอไม่ไหวที่จะเห็นหลินซิงเหยาขายหน้า จึงคิดเดิมพันแสนร้ายกาจขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย “เอาอย่างนี้ คนแพ้ต้องใส่ชุดชั้นในเดินรอบห้างหนึ่งรอบ ดีไหม?”
หลินซิงเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่ดีมั้ง? คนเยอะแยะขนาดนี้ ดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไร”
ซ่งเชียนเชียนกลัวว่าหลินซิงเหยาจะไม่กล้า จึงจงใจยั่วยุ “อะไร เธอไม่กล้าเหรอ? ถ้าอย่างนั้นคลานออกจากห้างไปเหมือนหมาก็ได้”
หลินซิงเหยายิ้มเยาะ “ได้ ตกลงตามนี้ หวังว่าคุณหนูซ่งจะไม่เสียใจทีหลังนะ”
“คนที่จะเสียใจคือเธอต่างหาก!” ซ่งเชียนเชียนส่งสายตาให้ผู้จัดการร้านทันที
ผู้จัดการร้านเดินไปหาพนักงานขายสาวแล้วพูดอย่างวางอำนาจว่า “เธอไปได้แล้ว”
พนักงานที่ยังไม่ผ่านช่วงทดลองงาน ผู้จัดการร้านพูดแค่ประโยคเดียวก็ไล่ออกได้อย่างง่ายดาย
พนักงานขายสาวส่งเสียงฮึดฮัด “พวกชอบอาศัยบารมีคนอื่น รังแกเป็นแต่พนักงานใหม่อย่างพวกเรา ฮึ! ไปก็ได้ มีอะไรน่าภูมิใจกัน!”
พูดจบเธอก็กำลังจะเดินจากไป หลินซิงเหยาเรียกเธอไว้ “ยังไม่ครบสิบนาทีเลย รีบไปทำไม? รออีกหน่อยสิ ไม่แน่ว่าเธออาจได้เป็นผู้จัดการร้านจริง ๆ ก็ได้”
พอได้ยินเช่นนั้น ทั้งสามคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา
หลินซิงเหยาปล่อยให้พวกเขากระหยิ่มยิ้มย่อง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาจวินเสวียนเย่ “กำลังยุ่งอยู่หรือเปล่า?”
