เวินอวี่ตอบว่า “อืม ๆ”
เจียงจิ้นบอกว่า “เล่าต่อสิ”
เวินอวี่เล่าว่า “ในตระกูลเวิน นอกจากคุณย่าแล้ว ญาติ ๆ ทุกคนไม่มีใครชอบฉันเลย โดยเฉพาะหานซาน เวินเยี่ยนมักพาหานซานมาพักที่บ้านคุณย่า ครั้งหนึ่งก็อยู่กันทีละครึ่งเดือน ฉันได้อยู่กับหานซานบ่อย ๆ แกมักแกล้งฉัน ตีฉัน กีดกันฉัน แถมยังด่าฉันอยู่เรื่อยว่าฉันไม่ใช่คนตระกูลเวิน...”
เจียงจิ้นถามว่า “แล้วคุณย่าทำยังไง”
เวินอวี่ตอบว่า “คุณย่าจะเข้ามาห้าม แต่ฉันเป็นคนหัวแข็ง พอถูกเอาเปรียบก็จะหลบไปอยู่เงียบ ๆ คุณย่าก็จะยกข้าวเต็มชามใหญ่เดินตามหาฉันไปทั่วบ้าน คอยปลอบให้ฉันกินข้าว”
เจียงจิ้นบอกว่า “เล่าต่อ”
เวินอวี่เล่าว่า “ญาติ ๆ ทุกคนพยายามเกลี้ยกล่อมให้คุณย่าส่งฉันกลับสถานสงเคราะห์ แต่คุณย่าไม่ยอมเด็ดขาด แกมักยิ้มแล้วพูดว่าฉันเป็นเด็กดี เป็นเด็กที่รู้จักบุญคุณ ต่อมาฉันสอบติดมหาวิทยาลัยตำรวจในเมืองหลวง คุณย่าดีใจมาก ถือใบตอบรับเข้าศึกษาของฉันเดินอวดไปทั่วหมู่บ้าน แถมยังจัดงานเลี้ยงฉลองให้ฉัน เจอใครก็ชมฉัน คนในหมู่บ้านต่างพูดกันว่า ต่อไปฉันจะเป็นเด็กที่ได้เงินเดือนสูงที่สุดในหมู่บ้าน บ้างก็ว่าคุณย่ามีบุญวาสนา บ้างก็ว่าพอโตขึ้นฉันต้องกตัญญูต่อคุณย่าแน่นอน”
“ตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ฉันได้ทุนการศึกษา แล้วก็ทำงานพิเศษ ใช้หนี้ค่าเล่าเรียนที่ค้างไว้จนหมด ทุกเดือนยังส่งเงินค่าครองชีพให้คุณย่าเดือนละหนึ่งพันหยวน หลังจากนั้นก็ส่งให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ฉันอยากให้คุณย่าได้อยู่ดีกินดีขึ้น”
“แต่คุณย่ากลับเอาเงินทั้งหมดให้เวินเฉียง ไม่ก็ให้เวินเยี่ยนกับพวกเขา แกเอาแต่คิดว่าอยากให้ครอบครัวอยู่กันอย่างปรองดอง โทรศัพท์ โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็นที่ฉันซื้อให้ แกก็ส่งต่อให้พวกเขาหมด”
