มุมปากของหม่าเหย่าฉายฉีกยิ้มกว้าง เขาจ้องหลิวชุนฮวากับหลิวอวี้หลันตรงหน้าด้วยแววตาหื่นกระหาย
“ข้อที่สองง่ายที่สุดแล้ว”
“พวกเธอแค่นอนอยู่บนเตียงอย่างสบาย ๆ ก็ไม่เพียงชดใช้เงินให้เราได้ ยังหาเงินได้อีกก้อนด้วย”
พอหม่าเหย่าฉายพูดจบ ลูกน้องของเขาก็หัวเราะกันลั่น
เสียงหัวเราะกับแววตาของพวกนั้นเต็มไปด้วยความชั่วร้าย
ขาของหลิวอวี้หลันอ่อนปวกเปียก เธอคว้าแขนหลิวชุนฮวาไว้แน่น
โทรศัพท์หล่นลงพื้นทันที
“ยังกล้าแอบแจ้งตำรวจอีกเหรอวะ”
ฟ่านเปียวหยิบก้อนอิฐขึ้นมาทุบโทรศัพท์จนแตกละเอียด
เพี๊ยะ!
“นี่แหละผลของการแอบแจ้งตำรวจ”
“ใครกล้าแอบแจ้งตำรวจอีก คราวหน้าสิ่งที่ฉันจะทุบไม่ใช่โทรศัพท์ แต่เป็นหัวของใครสักคน”
“ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้พวกเธอแจ้งตำรวจแล้วจะทำอะไรได้”
“รู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าหัวหน้าสถานีตำรวจตำบลเป็นใคร ถ้าฉันสืบรู้ว่าใครแจ้ง ฉันจะฆ่ายกครัว!”
คำพูดของฟ่านเปียวทำให้ชาวบ้านที่คิดจะแอบแจ้งตำรวจรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
หม่าเหย่าฉายค่อย ๆ เดินเข้าไปหาหลิวชุนฮวากับหลิวอวี้หลัน แล้วเดินวนรอบทั้งสองคนหนึ่งรอบ
“ได้ยินมานานแล้วว่าแม่ม่ายสองคนในหมู่บ้านอวี้สุ่ยมีเสน่ห์ยวนใจ”
“วันนี้ได้เห็นกับตา เป็นอย่างที่ว่าไว้จริง ๆ”
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว พวกเธอสองคนไม่ต้องไปนอนหาเงินที่สถานบริการแล้ว”
“ยังมีทางเลือกที่สาม”
หลิวชุนฮวารวบรวมความกล้าถาม “ทางเลือกอะไร”
“ฮ่า ๆ ๆ...”
“ทางเลือกที่สามก็คือมาเป็นผู้หญิงของฉัน”
ระหว่างพูด หม่าเหย่าฉายกางแขนออกหมายจะโอบหลิวอวี้หลันกับหลิวชุนฮวา
