เพื่อสืบให้รู้ว่าลูกชายเป็นลูกแท้ ๆ ของตัวเองหรือไม่ หลิวอวิ๋นเฟยกลับมายังชุมชนชุนเทียนหลี่อีกครั้ง
พอเปิดประตู ไฟในบ้านก็สว่างอยู่
เมื่อได้ยินเสียงประตูถูกผลัก จางซินหลันนึกว่าลุงกับน้องชายกลับมาแล้ว จึงรีบออกจากห้องมาต้อนรับ
“ซินเฟิง...”
เพิ่งเรียกชื่อน้องชายได้คำเดียว เธอก็เห็นหลิวอวิ๋นเฟยที่เลือดท่วมตัวเข้าเต็มตา จางซินหลันตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ
เธออ้าปากค้าง ยืนนิ่งอยู่กับที่
“อวิ๋นเฟย คุณ... คุณกลับมาได้ยังไง?”
“ทำไม? ฉันไม่ควรกลับมาหรือไง?” หลิวอวิ๋นเฟยมองเธอด้วยสายตาดุดัน
พอได้ยินเสียงพูดคุย จ้าวชิวฟางผู้เป็นแม่ก็เดินออกมาจากห้องเช่นกัน
เมื่อเห็นหลิวอวิ๋นเฟย ขาทั้งสองข้างของเธอพลันอ่อนยวบ ทรุดลงนั่งกับพื้นทันที
“ผะ... ผี... ผีหลอก! แกเป็นคนหรือผีกันแน่?”
จ้าวชิวฟางได้ยินลูกชายพูดทางโทรศัพท์อย่างชัดเจนว่าหลิวอวิ๋นเฟยตายแล้ว แต่คนที่ยืนอยู่ตรงนี้ตกลงเป็นคนหรือผีกันแน่
ความหวาดกลัวเข้าครอบงำเธอจนหมดสิ้น มือสั่นเทาล้วงโทรศัพท์ออกมาโทรหาจางซินเฟิงเพื่อยืนยัน
ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หลิวอวิ๋นเฟยก็หยิบโทรศัพท์ของจางซินเฟิงออกจากกระเป๋า ยื่นไปแกว่งตรงหน้าจ้าวชิวฟาง
เขามองจ้าวชิวฟางด้วยสายตาเย็นชา
แล้วคำรามราวกับผี “แม่— กำลังหาเครื่องนี้อยู่หรือ?”
จ้าวชิวฟางตกใจจนรีบโยนโทรศัพท์ทิ้ง ขดตัวเป็นก้อนอยู่มุมหนึ่งของห้องรับแขก “อวิ๋นเฟย อย่ามาหาเรื่องฉันเลย เรื่องทั้งหมด... เป็น... ความคิดของจางซินหลัน ไม่เกี่ยวกับฉัน”
จางซินหลันถูกแม่หักหลัง ทั้งยังกลัวจนแทบขวัญกระเจิงอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นมากขึ้น น้ำตาเอ่อคลอเต็มสองตา
