จูบกันอยู่นาน แต่เห็นหลิวอวิ๋นเฟยไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ จางซินหลันก็เริ่มกระวนกระวาย
“อวิ๋นเฟย เป็นอะไรไป? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
หลิวอวิ๋นเฟยยังคงไม่ตอบ เขาลุกขึ้นนั่งจากพื้น พลางคิดทบทวนว่าที่ลูกชายชมเขาวันนี้เป็นคำพูดจากใจจริง หรือมีผู้ใหญ่จงใจสอนมา
เด็กยังเล็ก ไม่มีทางมีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนผู้ใหญ่ได้ ต้องเป็นแม่ยายสอนมาแน่
ย้ายบ้าน ต้องย้ายบ้านให้ได้ เขาไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้แม้แต่วันเดียวแล้ว
เขาเหลือบมองจางซินหลันที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้าง ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเย็นชา “ย้าย คืนนี้เลย”
“จริงเหรอ?” จางซินหลันโอบคอเขาทันที แล้วจูบเขาอีกครั้ง “ฉันจะไปรับลูกมาเดี๋ยวนี้ พวกเราสามคนจะย้ายออกไป ไม่ข้องเกี่ยวกับพวกเขาอีกแล้ว”
พูดจบเธอก็ลุกขึ้นเดินออกไปทางห้องของแม่
หลิวอวิ๋นเฟยหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เตรียมโทรหาฮวาเหยา หวังว่าเธอจะยอมให้พวกเขาย้ายเข้าไปก่อนกำหนดสักสองสามวัน
แต่พอหยิบโทรศัพท์ออกมา ก็พบว่าหน้าจอแตกละเอียดจากการถูกเตะตอนโดนซ้อมเมื่อครู่
โทรศัพท์ใช้โทรไม่ได้ งั้นก็ย้ายไปก่อนแล้วค่อยบอก อย่างไรเสียฮวาเหยาก็มีเรื่องต้องพึ่งเขา ย้ายเข้าไปก่อนสองสามวัน เธอคงไม่ว่าอะไร
หลังจากไปรับลูกมาแล้ว หลิวอวิ๋นเฟยให้จางซินหลันเรียกรถขนย้ายผ่านแอป
เพราะบ้านอยู่ในชนบทห่างไกล กว่าพวกเขาจะเก็บเฟอร์นิเจอร์กับข้าวของเครื่องใช้ประจำวันเสร็จ รถก็ยังมาไม่ถึง
ผ่านไปอีกกว่าครึ่งชั่วโมง พวกเขาถึงได้รับโทรศัพท์จากบริษัทขนย้าย
รถแล่นฉิวตรงไปยังบ้านเลขที่ 18 ในหมู่บ้านชุนเทียนหลี่ เมืองสุยโจว
ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มแล้ว แต่ไฟในบ้านยังสว่างอยู่
หลิวอวิ๋นเฟยกดกริ่ง
เสียงของฮวาเหยาดังออกมาจากระบบประตู “ใครน่ะ?”
“พี่เหยา ผมเอง หลิวอวิ๋นเฟย”
“มาทำอะไรเอาป่านนี้?”
“พี่เหยา เปิดประตูให้หน่อยได้ไหมครับ? ผมอยากคุยกับพี่ต่อหน้า”
ประตูเปิดออก คืนนี้ฮวาเหยาเปลี่ยนมาสวมชุดนอนสีม่วง ผมเปียกชื้น เห็นได้ชัดว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ผิวพรรณผุดผ่องราวกับเพิ่งขึ้นจากน้ำ ดูเซ็กซี่กว่าเมื่อเช้ามาก แต่ตอนนี้หลิวอวิ๋นเฟยไม่มีอารมณ์ชื่นชมเลย
ฮวาเหยาเห็นคนสามคนยืนอยู่หน้าประตู ทั้งยังมีรถของบริษัทขนย้ายจอดอยู่คันหนึ่ง
