“อวิ๋นเฟย มานี่”
ฮวาเหยานั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน มองไปทางหลิวอวิ๋นเฟย
“พี่เหยา” หลิวอวิ๋นเฟยเดินเข้ามา
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายเข้าร่วมสำนักอี้เหอถังอย่างเป็นทางการ มาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของฉัน นายยินดีไหม” ฮวาเหยายกมุมปากเอ่ยถาม
“พี่เหยา ผมยินดีแน่นอนครับ”
หลิวอวิ๋นเฟยกล่าวด้วยความซาบซึ้ง “แต่ก่อนหน้านั้น ผมต้องจัดการเรื่องที่บ้านให้เรียบร้อยก่อน”
“ได้”
ฮวาเหยาพยักหน้า
เธอรู้ว่าต่อจากนี้หลิวอวิ๋นเฟยจะต้องเผชิญกับปัญหาบางอย่าง
ปัญหาเหล่านั้นไม่ได้มาจากครอบครัวของเขา แต่มาจากพ่อแท้ ๆ ของเด็กคนนั้น
หากหลิวอวิ๋นเฟยจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเอง ในภายภาคหน้าเขาย่อมมีอนาคตยิ่งใหญ่ แต่ถ้าจัดการไม่ดี ชีวิตของเขาอาจต้องจบลงตรงนี้
พอดีว่าเธอเองก็อยากถือโอกาสนี้ทดสอบเขาด้วย
ดูว่าเขายังมีความสามารถที่คนอื่นไม่รู้ซ่อนอยู่อีกมากแค่ไหน
“ใครก็ได้!”
ฮวาเหยาเรียก ลูกน้องคนหนึ่งถือกล่องเดินเข้ามายื่นให้หลิวอวิ๋นเฟย
“พี่เหยา นี่อะไรครับ” หลิวอวิ๋นเฟยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ในนี้มีเงินหนึ่งล้าน” ฮวาเหยาลุกขึ้น ยกมือวางบนไหล่เขา “จัดการเรื่องที่บ้าน ถ้าใช้เงินแก้ปัญหาได้ ก็พยายามอย่าทำให้เรื่องบานปลาย”
“อีกอย่าง ถ้าเจอเรื่องที่จัดการเองไม่ได้ ก็รีบบอกฉัน ฉันจะออกหน้าช่วยนายแก้ปัญหา”
“จำไว้นะ นายต้องกลับมาเจอฉันอย่างปลอดภัย”
“ขอบคุณครับพี่เหยา” หลิวอวิ๋นเฟยรับกล่องมา ก่อนกล่าวลาแล้วออกจากสำนักอี้เหอถัง
หนึ่งล้าน
หลิวอวิ๋นเฟยไม่เคยเห็นเงินสดมากขนาดนี้มาก่อน
เขาหิ้วกล่องหนักอึ้งกลับไปยังหมู่บ้านชุนเทียนหลี่ แล้วพบว่าจางซินหลันกับลูกชายไม่อยู่บ้าน
เดิมทีเขาตั้งใจจะโทรเรียกพวกเธอกลับมา เพื่อถามเรื่องการตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ให้รู้เรื่อง แต่พอล้วงกระเป๋าก็นึกขึ้นได้ว่าโทรศัพท์เมื่อวานถูกจ้าวชิวเลี่ยงเตะพังไปแล้ว
