“แย่งสมบัติตระกูลเหรอ?” หลิวอวิ๋นเฟยเบิกตากว้าง
“อืม” ฮวาเหยาพยักหน้าเบา ๆ
“แต่ถ้าโดนจับได้ขึ้นมาล่ะ?” หลิวอวิ๋นเฟยถามอย่างกังวล
“ตามฉันเข้ามา” ฮวาเหยาพูดพลางหันหลังเดินเข้าไปในวิลล่า
หลิวอวิ๋นเฟยเดินตามเธอเข้าไปติด ๆ
วิลล่าหลังนี้กว้างขวาง การตกแต่งหรูหราแต่มีเส้นสายเรียบคม ผนังหินสีขาวนวลกรุกระจกบานใหญ่เต็มพื้นที่ ลานบ้านปูด้วยแผ่นหินสีเทาอมเขียว ส่วนสระว่ายน้ำด้านข้างสะท้อนแสงระยิบระยับ
ห้องรับแขกตรงทางเข้าโปร่งโล่งด้วยเพดานสูง ตกแต่งเรียบหรูอย่างมีระดับ
อุปกรณ์อัจฉริยะซ่อนอยู่ทั่วทั้งบ้าน ทุกมุมล้วนแฝงความหรูหราราคาแพงอย่างไม่โอ้อวด
พอหลิวอวิ๋นเฟยก้าวเข้ามา เขาก็มองตาค้าง
ฮวาเหยาคนนี้มีฐานะอะไรกันแน่?
อยู่ในวิลล่าหรูขนาดนี้แล้วยังต้องแย่งสมบัติตระกูลอีก สมบัติของบ้านเธอจะมีมากมายแค่ไหนกันนะ?
แค่คิดก็แทบจินตนาการไม่ออก
ไม่ต้องพูดถึงการแย่งสมบัติตระกูลด้วยซ้ำ ถ้าชาตินี้หลิวอวิ๋นเฟยมีวิลล่าแบบนี้สักหลัง เขาก็คงพอใจมากแล้ว
เมื่อมาถึงห้องรับแขก
ฮวาเหยาชงชาให้เขาก่อน จากนั้นเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบอัลบั้มรูปออกมา
เธอเดินมาถึงหน้าโซฟาแล้วนั่งลงด้านข้าง ท่วงท่าดูสง่างามสมกับเป็นกุลสตรีตระกูลใหญ่
เมื่อเปิดอัลบั้ม หน้ากระดาษแรกเป็นภาพถ่ายคู่ของฮวาเหยากับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ซึ่งหน้าตาคล้ายเธออยู่สามส่วน
“นี่พ่อคุณเหรอ?” หลิวอวิ๋นเฟยเหลือบมองแล้วถาม
“สายตาคุณเป็นอะไรเนี่ย?” ฮวาเหยาเกือบหลุดหัวเราะ “นี่สามีฉันต่างหาก”
โธ่เว้ย!
หรือว่าฮวาเหยาจะเป็นเมียน้อยของใครเขา?
เธอยังสาวขนาดนี้ ทำไมถึงแต่งงานกับผู้ชายแก่ขนาดนั้นล่ะ?
