ฉีจิ้งเฉินวางมือที่ใช้ขวางน้องสาวซึ่งจะบีบคอเขาลง ลูบหน้าอกตัวเอง แล้วเงยหน้ามองน้องสาวอย่างงุนงง
“อวี้เอ๋อร์ เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่า แม้แต่การเป็นรัชทายาท ก็มิใช่เรื่องน่ายินดีอันใด”
“ฮึ!” ฉีจืออวี้ปล่อยมือ ยิ้มเยาะอย่างเหยียดหยาม “เจ้าเห็นวัวตัวไหนบ้างที่ยินดีไปทำงานอย่างมีความสุข?”
ฉีจิ้งเฉินหันไปมองบิดา: “ท่านพ่อ หากท่านได้เป็นองค์รัชทายาท ขึ้นครองราชย์แล้ว ขอให้ท่านครองราชย์ต่อไปอีกหลายปีเถิด”
อ๋องรุ่ยกัดฟัน: “เจ้าช่างเป็นลูกชายคนดีของข้าจริง ๆ !”
ฉีจิ้งเฉินถอนหายใจ: “หากไม่ใช่เพราะว่าถ้าไม่แย่งตำแหน่งนั้นพวกเราก็จะอยู่ไม่รอด แท้จริงแล้ว ข้ารู้สึกว่าการเป็นอ๋องว่างงานก็ดีไม่น้อย”
หากอ๋องอู๋ขึ้นครองราชย์ พวกเขาต้องตายแน่นอน
หากเขาเป็นอ๋องอู๋ เขาก็คงทำแบบเดียวกับอ๋องอู๋
ไม่อาจปล่อยให้มีภัยอันตรายที่พร้อมจะฆ่าเขาได้ตลอดเวลาคงอยู่ได้
“อีกไม่กี่วัน ข้าจะเตรียมยาให้เรียบร้อย แล้วเริ่มรักษาขาให้เจ้า” ฉีจืออวี้พูดเสียงเย็น
อยากให้กลายเป็นฮ่องเต้หญิงงั้นหรือ?
อยากโยนงานทั้งหมดให้ข้างั้นหรือ?
ฝันไปเถอะ!
นางต่อสู้ฝ่าฟันขึ้นมาถึงจุดสูงสุดในโลกเดิม เพื่อจะได้เสวยสุข มิใช่เพื่อมาเป็นวัวเป็นม้าให้ใคร!
โลกเดิมยังไม่ได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโลกนี้!
ฉีจิ้งเฉิน: “...ขอบใจ?”
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าเขาไม่ได้อยากให้ขาหายดีนักหนาแล้ว
ฉีจืออวี้ไม่สนใจพวกเขาหรอก
พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไป
ถึงหน้าประตู มือแตะที่บานประตู จู่ ๆ ก็หยุด แล้วหันไปยิ้มให้ฉีจิ้งเฉิน
