“แจก...แจกยา?” ฉีหรงเหยาถามโดยไม่ทันคิด “ร้านยาไหนแจกยา?”
นางไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด?
“เจ้าไม่รู้หรือ?” ฉีจืออวี้เอ่ยอย่างประหลาดใจ “ร้านยาทั่วเมืองหลวงล้วนแจกยา”
“เหตุใดพวกเขาจึงจู่ ๆ แจกยา?” ฉีหรงเหยาแอบด่าในใจ ช่างบ้าจริง!
ไม่ใช่วันพิเศษอะไร แล้วมาทำแบบนี้ทำไม?
“ก็เพราะมารดาของข้าเอาเงินไปให้พวกเขาแจกยาไงล่ะ” ฉีจืออวี้กล่าวอย่างรู้สึกซาบซึ้ง
ฉีหรงเหยาอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง ที่แท้ก็เป็นฝีมือของจวนอ๋องรุ่ย!
“พี่หญิง พวกท่านคิดขึ้นมาได้อย่างไรถึงแจกยา?” ฉีหรงเหยาถามอย่างไม่เข้าใจ จะได้ชื่อเสียงที่ดีอีกครั้งใช่หรือไม่?
คนในจวนอ๋องรุ่ยช่างหน้าซื่อใจคดจริง ๆ!
ฉีจืออวี้หัวเราะเบา ๆ “จะเพราะสิ่งอื่นใดได้เล่า ก็เพราะข้าฆ่าคนนับหมื่น”
“อ้าว! พระมาตุลินีแจกยาเพื่อสะสมบุญไถ่บาปให้พี่หญิงเพราะพี่หญิงฆ่าคนมากเกินไปหรือ?” ฉีหรงเหยาปรือตามองฉีจืออวี้ราวกับรอดูเรื่องสนุก
คนนับหมื่นคนนะ
ไม่ต้องพูดถึงสตรีในห้องหออย่างพวกนางเลย
แม้แต่ทหารในสนามรบ ใครจะฆ่าคนได้มากมายขนาดนั้นในสมรภูมิเดียว?
ต่อให้คนนับหมื่นยืนนิ่ง ๆ ให้ฉีจืออวี้ฟัน ก็คงเหนื่อยจนนางหมดแรง
ดังนั้น มารดาของนางจึงบอกว่า ฉีจืออวี้แค่โอ้อวดและทำเป็นลึกลับเท่านั้น
รออีกสองวัน เมื่อศีรษะของชนเผ่าซือหยุนยังไม่ถูกส่งมา ดูสิว่าฉีจืออวี้จะจัดการอย่างไร?
พอฉีหรงเหยาพูดจบ เจียงซูอี้ที่คุกเข่าอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองทันที
ฉีหรงเหยา...สมองมีปัญหาหรือเปล่า?
