“อวี้เอ๋อร์ แน่ใจหรือว่าชนเผ่าซือหยุนไม่มีใครรอดชีวิต” อ๋องรุ่ยถามขึ้น
“หรือว่าเจ้าจัดการคนพวกนั้นเสร็จแล้ว มีคนรับช่วงเก็บกวาดร่องรอยให้”
มิใช่ว่าเขาไม่ไว้วางใจลูกสาวของตน แต่เพียงเพราะชาวชนเผ่าซือหยุนนั้นกระทำการโหดเหี้ยม
อะไรที่ชั่วช้าสารเลวก็ล้วนทำได้หมด
“ไม่มีทาง ข้าระบบพวกมันสิ้นแล้ว” ฉีจืออวี้ตอบอย่างมั่นใจยิ่งนัก
นางไล่ฆ่าตามเส้นสายเครือญาติของคนเหล่านั้น ผู้ใดที่มีความเกี่ยวข้องหรือผูกพันด้วย นางไม่ปล่อยใครรอดไปแม้แต่คนเดียว
อ๋องรุ่ยวางใจลง เขาพอจะเล่าเรื่องที่อ๋องอู๋อาจจะกระทำในภายหลังอย่างคร่าว ๆ
ฉีจิ้งเฉินก็ได้พูดถึงความคิดเห็นของตนเองเช่นกัน
ส่วนฉีจิ้งซีนั้นรู้ดีถึงบทบาทของตน เขาประจำการอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย จะต้องทุ่มเทสุดกำลังความสามารถให้เต็มที่
เรื่องเหล่านี้ ฉีจืออวี้เพียงฟัง ๆ ไว้เท่านั้น มิได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ
ออกเดินทางมาไกลขนาดนี้ นางเหนื่อยล้าจริง ๆ
ร่างกายนี้ ต่อให้ผ่านการเสริมพลังวิญญาณของนางมาแล้ว ก็ยังเทียบกับร่างเดิมในโลกก่อนไม่ได้
พอใช้งานได้ก็ถือว่าดีแล้ว
ดังนั้น หลังจากฟังการวิเคราะห์ของบิดาจบ ฉีจืออวี้ก็กลับไปอย่างเกียจคร้าน แล้วนอนพักผ่อนต่อ
ฝั่งจวนอ๋องรุ่ยนั้นทุกอย่างเป็นไปอย่างมีระบบระเบียบ แต่ฝ่ายที่เข้าข้างอ๋องอู๋ต่างก็พากันกระสับกระส่ายใจไม่เป็นสุข
พวกเขาต่างครุ่นคิดถึงคำถามหนึ่ง องค์หญิงเฉินอานผู้นี้เป็นมนุษย์หรือไม่กันแน่
บุกราบชนเผ่าซือหยุนด้วยตัวเพียงลำพัง
นี่ มันเป็นไปได้อย่างไรกัน
แต่องค์หญิงเฉินอานก็พูดอย่างมั่นอกมั่นใจเหลือเกิน
พวกเขาทำได้เพียงแต่รอคอย
รอว่าอีกไม่กี่วัน จะมีศีรษะของชาวชนเผ่าซือหยุนถูกส่งเข้ามาในเมืองหลวงหรือไม่
