ทหารม้าเติร์กกลุ่มนี้มีจำนวนไม่มากนัก เมื่อเผชิญกับการบุกจู่โจมของกองทัพถังที่โถมเข้ามาไม่ขาดสาย พวกมันก็เริ่มมีทีท่าว่าจะพ่ายแตก จึงไม่คิดสู้ต่อ รีบควบม้าหลบหนีไปทันที
พวกมันไม่เคยคำนึงถึงสหายร่วมรบ ใครรั้งท้ายก็กลายเป็นกองหลัง และใครที่อยู่กองหลังก็ได้แต่รอถูกสังหาร
เหว่ยติ้งจงกำดาบโม่เตาไว้ในมือ เตรียมรับการบุกระลอกใหม่ของทหารม้าเติร์ก แต่กลับพบว่าทหารม้าเติร์กต่างพากันพ่ายหนีไปแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ธงหลากสีถูกชูขึ้นตั้งตรงโดยไม่เคลื่อนไหว กองทัพทั้งหมดหยุดตั้งมั่น ณ ที่นั้น จัดกระบวนทัพรอรับคำสั่ง
ทหารม้าเบาหนึ่งกองและทหารลาดตระเวนหลายสิบนายรีบมุ่งหน้าไปไล่ตามและตรวจสอบสถานการณ์ จากเรื่องนี้ย่อมเห็นได้ว่าเฮยฉื่อฉางจือ อำมาตย์ใหญ่ทัพสายเยียนหรัน เดินทัพอย่างรอบคอบเพียงใด ไม่เร่งร้อนหวังผลสำเร็จ แต่ค่อย ๆ รุกคืบอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันมิให้ตกหลุมพราง
เมื่อยืนยันแล้วว่าเบื้องหน้าไม่มีทหารข้าศึก ธงแดงก็โบกไปทางด้านหลัง กองดาบโม่เตาที่เดิมจัดกระบวนอยู่แนวหน้าจึงถอยกลับไปตั้งแถวทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว
เหว่ยติ้งจงรู้สึกประหลาดใจ ปลายเขาทั้งสองลูกนี้อยู่ห่างจากเมืองอวิ๋นโจวเพียงไม่กี่สิบลี้ การที่ทหารม้าเติร์กเลือกโจมตีกองทัพถัง ณ ที่แห่งนี้ ดูคล้ายว่าจุดประสงค์หลักคือหยั่งเชิงกำลังของกองทัพถัง
หลังพักเพียงครู่ ธงหลากสีก็เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างเป็นระเบียบ ธงรองเป็นสัญญาณให้กองทัพทั้งหมดรุกคืบไปข้างหน้า
เหล่าทหารยังพักผ่อนได้ไม่มากนัก ครู่ต่อมากองทัพก็เคลื่อนหน้าไปอย่างพร้อมเพรียง จนกระทั่งทหารทั้งห้าหมื่นนายผ่านช่องเขาระหว่างเขาไป่ตินกับเขาหงเทาออกมาได้ทั้งหมด
เบื้องหน้าคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา และสุดปลายทุ่งหญ้าคือทะเลทราย
