ถึงเด็กสองคนจะสงบลงบ้างแล้ว แต่พ่อเจียงกับแม่เจียงก็สัมผัสได้ว่าพวกเขาชอบรถคันเล็กของคนอื่นมาก
เด็ก ๆ ก็เป็นแบบนี้ พอเห็นคนอื่นมีแต่ตัวเองไม่มี ก็ย่อมรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
แม่เจียงนั่งอยู่บนเก้าอี้สาธารณะ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอินเทอร์เน็ตค้นดู อยากรู้ว่ารถคันเล็กแบบนั้นราคาเท่าไร
พอเปิดเว็บไซต์ซื้อของแห่งหนึ่ง รถที่นั่งขับได้มีหลายแบบ ราคาต่ำสุดหลายร้อยหยวน ส่วนแพงที่สุดก็หลายหมื่นหยวน
แม่เจียงจึงปรึกษากับพ่อเจียงว่า “ไม่งั้นเราซื้อให้เด็กสองคนสักคันดีไหม คนอื่นมีแต่พวกเขาไม่มี เดี๋ยวได้อิจฉาตาร้อนกันพอดี”
พ่อเจียงไม่ได้คัดค้าน “ก็ดีเหมือนกัน”
“แต่ราคามีตั้งแต่ถูกไปจนแพง ฉันก็ไม่รู้ว่าแบบไหนดีกว่า”
“ซื้อแบบกลาง ๆ ค่อนไปทางดีสักคัน ราคาสักสองสามพันหยวนน่าจะพอแล้วมั้ง?”
“ฉันลองดูนะ”
“พ่อ แม่ รถคันนี้ยังไม่ต้องรีบซื้อหรอก พรุ่งนี้หนูเอามาให้สองคัน” เมื่อครู่เจียงอวี่ปิงได้รถแบบนี้ 100 คันจากคำพูดของเด็ก ๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม ใช้ของที่มีอยู่ได้เลย
แม่เจียงไม่ยอม “แบบนั้นไม่ได้สิ ก็เท่ากับให้ลูกเสียเงินอีกแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อนหนูคนหนึ่งเปิดร้านของเล่นเด็กอยู่แถวนี้ รถแบบนี้ก็มี หนูเห็นเขาโพสต์ลงโมเมนต์อยู่บ่อย ๆ ถ้าหนูไปซื้อ เขาขายให้ในราคาพิเศษได้ ถูกกว่าซื้อออนไลน์หรือซื้อจากร้านทั่วไปอีก เรื่องนี้ให้หนูจัดการเถอะ แม่ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้หนูเอามาให้”
“ลูกนี่มีเพื่อนเยอะเหมือนกันนะ”
“ก็ไม่เท่าไรค่ะ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ห้องหนึ่งมีเพื่อนตั้งเยอะ สนิทกันดี ถึงเรียนจบแล้วก็ยังติดต่อกันอยู่ เรื่องนี้ให้หนูจัดการก็พอ แม่ไม่ต้องยุ่ง หนูไปหาเขาแล้วซื้อในราคาพิเศษได้เลย”
“งั้นแม่ยังไม่ซื้อก็แล้วกัน” แม่เจียงเก็บโทรศัพท์
ผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงชราอีกคนก็เดินมาจากที่ไม่ไกลนัก พอเห็นหลานชายกำลังเล่นรถคันเล็กอย่างสนุกสนาน เธอก็กวักมือเรียก “มานี่สิ ระวังชนคนอื่นเข้าล่ะ”
