เมื่อเจอคำถามของสวี่หยุน เฉินเหวยเฟิงก็จงใจคลายสีหน้าลง ก่อนอธิบายว่า “ช่วงนี้ยุ่งมาก พรุ่งนี้มีประชุมสามงาน อีกไม่กี่วันก็ต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดอีก...”
“ไม่เป็นไรหรอก ถ้าช่วงนี้นายยุ่ง เราเลื่อนเวลาออกไปก่อนได้ ต่อให้เป็นเดือนหรือสองเดือนก็ไม่มีปัญหา แต่ยังไงก็ต้องให้คำตอบพ่อแม่ฉันบ้าง เรื่องนี้แม่ฉันพูดถึงไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ฉันก็รู้ว่างานนายยุ่ง ทุกครั้งนายเลยตอบปัด ๆ ไปไม่กี่คำ แต่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ตลอดไปไม่ได้หรอก เราน่าจะกำหนดเวลากันสักหน่อย นายลองดูสิว่าจัดการได้ไหม”
“...” สีหน้าเฉินเหวยเฟิงดูไม่ดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด “ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าบริษัทกำลังยุ่ง ตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงหลังปีใหม่คงไม่มีเวลาเลย บริษัทของฉันเพิ่งเริ่มต้นและกำลังอยู่ในช่วงเติบโต สำคัญแค่ไหนเธอก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอ เธอคิดว่าการสร้างกิจการสำคัญกว่า หรือการมาคุยเรื่องแต่งงานตอนนี้สำคัญกว่า?”
แม้คำพูดของเฉินเหวยเฟิงจะฟังดูมีเหตุผล แต่สวี่หยุนก็ยังไม่ค่อยพอใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เธอรู้สถานการณ์ของบริษัทดีอยู่แล้ว
เธอก็รู้ว่าผู้ชายควรให้ความสำคัญกับหน้าที่การงาน
แต่เธอไม่ได้บังคับให้เขาต้องแต่งงานกับเธอเดี๋ยวนี้ แค่อยากกำหนดเวลาให้แน่นอน จะได้คำนึงถึงความรู้สึกของพ่อแม่บ้าง
แต่เขากลับเอาแต่ใช้ข้ออ้างว่าไม่มีเวลา ถึงขั้นบอกว่าหลังปีใหม่ก็ยังไม่มีเวลา
ทำให้สวี่หยุนอดสงสัยไม่ได้
“นายไม่เคยคิดจะแต่งงานกับฉันเลยใช่ไหม?”
