ถึงตอนนี้ เจียงอวี่ย่อมไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว เขากำลังจะพูดอะไรที่เว่อร์กว่าเดิมเพื่อข่มหวังอวี่ให้จม
จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าปกเสื้อด้านหลังถูกใครบางคนยกขึ้น พอหันไปก็เห็นเจียงเฉินกำลังก้มมองเขาอยู่
“พ่อ?”
“ตอนแรกบอกว่าอยากมาเล่นตู้คีบตุ๊กตาไม่ใช่เหรอ ทำไมพอเจอเพื่อนบ้านแล้วถึงพูดเรื่องพวกนี้กับเขาล่ะ?”
เจียงอวี่ยกนิ้วชี้ไปทางหวังอวี่ “เขาเป็นคนพูดเองว่าพ่อเขามีร้านเกมทั่วประเทศตั้งร้อยสองร้อยร้าน ผมก็ยอมแพ้เขาไม่ได้นี่ครับ”
“แล้วแค่พูดว่ามี ก็แปลว่ามีจริง ๆ เหรอ?”
เจียงอวี่เงียบไปชั่วขณะ เขาจะไปรู้เรื่องพวกนั้นได้ยังไง? เอาเป็นว่ามีจริงหรือไม่ไม่สำคัญ แต่ปากห้ามแพ้
เจียงเฉินลูบหัวลูกชายอีกครั้ง “ตั้งใจเล่นของตัวเองไป เราต้องเป็นเด็กดีที่ซื่อสัตย์ มีคือมี ไม่มีคือไม่มี ห้ามพูดแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น”
“อ๋อ” เจียงอวี่รับคำ แต่ในใจยังไม่ค่อยพอใจอยู่ดี
พอเจียงเฉินเผลอ เขาก็แลบลิ้นทำหน้าล้อเลียนหวังอวี่
หวังอวี่ก็ทำเหมือนกัน ใช้มือทั้งสองข้างดึงหางตา แล้วแลบลิ้นใส่เขา
ระหว่างที่เด็กสองคนเถียงกัน เจียงอวี่ปิงก็คีบตุ๊กตาได้อีกหลายตัวติด ๆ กัน
เจียงอวี่กับเจียงเหยาล้อมเธออยู่ข้าง ๆ ดีใจจนเต้นไปมา “คุณอาเก่งที่สุดเลย!”
พ่อเจียง แม่เจียง และเจียงเฉินก็พากันเข้ามาล้อมดู
“ปิงปิงนี่มือขึ้นจริง ๆ เมื่อกี้พวกเราคีบไม่ติดสักตัว แต่เธอคีบได้ตั้งหลายตัวแล้ว”