ตอนนั้นเธอเพิ่งเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และได้งานพาร์ตไทม์ที่ร้านอาหารแห่งนั้น
เรื่องราวในตอนนั้นค่อนข้างชัดเจน เมิ่งซู่อี๋กับฟู่ฉิง น้องสาวแท้ ๆ ของฟู่ฉือ เป็นเพื่อนสนิทกัน ฟู่ฉิงคงตั้งใจมาที่นั่นเพื่อบอกความรู้สึกกับเส้าลู่อัน
น่าเสียดายที่เส้าลู่อันดูไม่สนใจเลยสักนิด เขาเหลือบตามองแล้วเอ่ยคำขอโทษ ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมเดินออกไปท่ามกลางเสียงห้อมล้อมของคนที่นั่งร่วมโต๊ะ
ฟู่ฉิงผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
กลับเป็นเมิ่งซู่อี๋ที่รู้สึกไม่เป็นธรรม จึงรีบตามไปขวางเขาไว้ แถมยังพูดตรง ๆ ว่าเส้าลู่อันไม่มีมารยาทเอาเสียเลย
ทันทีที่เมิ่งซู่อี๋พูดจบ เจียงหว่านก็เห็นแววตาของเส้าลู่อันที่เดิมทีซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้ พลันเย็นเยียบราวกับถูกฉาบด้วยน้ำแข็ง
เขาจ้องเมิ่งซู่อี๋อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นแล้วโยนประโยคหนึ่งออกมา
“ถ้าไม่ถือสา ฉันจะทำให้ดูเองว่าตอนที่ไม่มีมารยาทยิ่งกว่านี้เป็นยังไง”
มีคนที่เวลายิ้มกลับน่ากลัวยกว่าตอนไม่ยิ้มจริง ๆ
โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ใต้แววตากดความดุดันเอาไว้ราวกับพร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ ความมืดหม่นของมันทำให้เจียงหว่านนึกถึงหมาป่าที่ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ขึ้นมาในทันที
เมิ่งซู่อี๋ที่ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยได้ยินใครพูดจารุนแรงใส่แม้แต่คำเดียว พลันหน้าแดงก่ำด้วยความตกใจ
