ตอนที่ไลฟ์สดถูกตัดจบกะทันหัน เจียงซวี่ก็รู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยของเจียงหว่าน เธอจะปิดไลฟ์โดยไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้ได้ยังไง
ดังนั้นเขาจึงกดโทรผ่านวีแชตแทบจะทันทีโดยไม่ลังเล
ไม่นานเสียงคุ้นเคยก็ดังมาจากปลายสาย ฟังดูชัดเจนและนุ่มนวลกว่าในห้องไลฟ์เสียอีก ทว่ากลับแฝงความอ่อนแรงและไร้เรี่ยวแรงอย่างเห็นได้ชัด
“พี่ซวี่... ถนนหยุนอัน... เลขที่ 137... ห้อง 301”
“ฉัน...”
สายยังไม่ถูกตัด แต่หลังเสียงครางแผ่วเบาดังขึ้นสองสามครั้ง เสียงของหญิงสาวก็ขาดหายไป เหลือเพียงเสียงหายใจที่แผ่วลงเรื่อย ๆ แถมยังสั่นเล็กน้อย
หัวใจของเขาปั่นป่วนราวกับถูกพลองทุบเข้าอย่างจัง
แววตาของเจียงซวี่หม่นลึกลงทันที เขาลุกขึ้นคว้าโทรศัพท์ทำงานบนโต๊ะแล้วก้าวฉับ ๆ ออกจากวิลล่าโดยไม่ลังเล
รถเก๋งสีดำแล่นออกไปในกระแสรถอย่างรวดเร็วราวเงามืดที่พุ่งผ่านท้องฟ้ายามราตรี
กระจกรถใสสะท้อนดวงตาดำสนิทเย็นชาของเจียงซวี่ราง ๆ เขาพยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคง “หว่านหว่าน พยายามมีสติไว้นะ”
“รอฉันก่อน”
ตอนนี้เจียงหว่านยังพอมีสติอยู่จริง ๆ
แม้หัวจะยิ่งมึนงง เปลือกตาก็ยิ่งหนักอึ้ง แต่เธอยังพอได้ยินคำปลอบโยนจากเจียงซวี่ที่พยายามอย่างยิ่งผ่านปลายสาย ทั้งยังได้ยินเสียงเขาแจ้งตำรวจและโทรเรียกรถพยาบาล
แต่เธอก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าร่างกายกำลังค่อย ๆ ไร้ความรู้สึก โทรศัพท์หลุดจากฝ่ามือในไม่ช้า ก่อนตกกระแทกพื้นเสียงดัง “แปะ” จนน่ารำคาญหู
