ในที่สุดฟู่ฉือก็ถอนสายตากลับมา สีหน้าเรียบเฉย
“กำลังมองเสิ่นเยี่ยนอยู่ ก่อนหน้านี้เขาปฏิเสธความร่วมมือกับฉัน”
เขาพอจะเข้าใจนิสัยของเมิ่งซู่อี๋ อย่างน้อยก่อนที่เธอจะตัดใจได้อย่างเด็ดขาด หากเขาแสดงความรู้สึกออกมาแม้เพียงนิดเดียว ก็คงสร้างปัญหาไม่จำเป็นให้เจียงหว่าน
ที่แท้ก็กำลังมองเสิ่นเยี่ยน
หัวคิ้วของเมิ่งซู่อี๋คลายลงอย่างไม่มีสาเหตุ ก่อนจะหัวเราะเยาะ “คราวก่อนที่เจอ ยังเห็นเดินตามเซี่ยเหิงอยู่เลย คราวนี้กลับกลายเป็นเสิ่นเยี่ยนอีกแล้ว ดูท่าคงเป็นสาวสังคมสินะ”
แต่ไม่คิดเลยว่าทันทีที่เธอพูดจบ สายตาของชายหนุ่มตรงหน้าก็พลันคมเข้มขึ้น น้ำเสียงแฝงคำเตือนอย่างจริงจังในแบบที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“เมิ่งซู่อี๋ ฉันเคยบอกเธอหรือเปล่าว่าเวลาอยู่ข้างนอกอย่าพูดจาเหลวไหล”
เขาเรียกชื่อเต็มของเธอ เมิ่งซู่อี๋พลันสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่แปลกใหม่อย่างยิ่งสำหรับเธอ
แววตาเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ขณะที่กำลังจะถามฟู่ฉือว่าเขาพูดกับเธอแบบนี้เพราะผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งได้ยังไง ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนเสียก่อน
เขาค่อย ๆ ก้มตามองใบหน้าของเธอ แววตาไร้รอยยิ้มแม้แต่น้อย
“เธอเคยคิดไหมว่า ถ้าคำพูดเมื่อกี้หลุดไปถึงหูเซี่ยเหิงกับเสิ่นเยี่ยน ตระกูลเมิ่งของเธอจะต้องเจอกับผลลัพธ์อะไรบ้าง?”
