เมิ่งซู่อี๋ไม่เคยคิดเลยว่าเจียงหว่านจะจู่ ๆ ถามคำถามแบบนี้ คิ้วตางดงามพลันฉายแววไม่พอใจขึ้นมาทันที
「เจียงหว่าน ฉันจริงใจอยากผูกมิตรกับเธอนะ ทำไมถึงพูดกับฉันแบบนี้ล่ะ?」
เจียงหว่านมองอีกฝ่ายเงียบ ๆ ขณะเมิ่งซู่อี๋บิดเบือนความจริงจนเคยชินไม่ต่างจากในความทรงจำ ความรู้สึกในใจของเธอช่างซับซ้อนนัก
เมิ่งซู่อี๋ในฐานะนางเอก ย่อมมีข้อดีเหนือกว่าคนทั่วไป
อย่างเช่นดวงตาคู่นั้นที่ใสกระจ่างเป็นพิเศษ ไม่ว่าเธอจะพูดหรือทำอะไร ดวงตาคู่นั้นก็ชวนให้คนรู้สึกสงสารอยู่เสมอ ราวกับเธอไร้เดียงสาและทำอะไรก็เป็นเรื่องสมควร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนร้องไห้
นึกถึงตรงนี้ เจียงหว่านโน้มตัวลงเล็กน้อย หยิบกระดาษทิชชูจากกล่องทางซ้ายมาเช็ดมือ จากนั้นจึงหันไปมองเมิ่งซู่อี๋อีกครั้งพร้อมหัวเราะเบา ๆ
「คุณเมิ่ง คุณอยากผูกมิตรกับฉัน ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันมีหน้าที่ต้องเปิดเผยเรื่องส่วนตัวให้คุณรู้หรอกนะ?」
เธอแย้มยิ้ม ดวงตาโค้งลงเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นเรื่อย ๆ
「ถือซะว่าฉันไม่มีวาสนาจะเป็นเพื่อนกับคุณเมิ่งก็แล้วกัน ขอตัวก่อนนะ」
พูดจบเธอก็เดินอ้อมเมิ่งซู่อี๋ที่สีหน้าบึ้งตึงขึ้นเรื่อย ๆ ออกไปจากห้องน้ำ
หากจะกลับไปยังโถงด้านในต้องเลี้ยวผ่านทางเดินช่วงหนึ่ง เมิ่งซู่อี๋ที่อยู่ข้างหลังรีบตามมาทันที แล้วเดินขนาบข้างเธอ
「เจียงหว่าน เธอมาที่นี่กับเสิ่นเยี่ยน เซี่ยเหิงรู้หรือเปล่า?」
เธอแค่นหัวเราะ 「คนอย่างเธอ ฉันเห็นมาเยอะแล้ว แต่เพราะหวังดี ฉันจะเตือนเธอสักคำ อย่าโลภจนเกินตัว」
เจียงหว่านหยุดเดินกะทันหัน สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เพียงเอ่ยว่า 「อ้อ? งั้นคุณเมิ่งลองบอกหน่อยสิว่าฉันเป็นคนแบบไหน แล้วฉันโลภตรงไหน?」
เมิ่งซู่อี๋ได้ยินดังนั้นก็หันกลับมามองเธอทันที มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ
「คิดว่าฉันดูไม่ออกเหรอว่าเสิ่นเยี่ยนกับเซี่ยเหิงต่างก็สนใจเธอ เธอมีความสามารถเหมือนกันนะที่คอยรับมือกับผู้ชายสองคนนั้นได้ แต่...อย่างที่เขาว่ากัน ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ก็อย่าทำ เธอถ้าไม่อยากหาเรื่องยุ่งยากใส่ตัว ฉันแนะนำให้พูดกับฉันดี ๆ หน่อย」
