“ฮ่า ๆ ๆ ฟินสุด ๆ~ มีความสุขจัง~ วู้ฮู้~”
จางจือยหวินบินสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนทะลุเข้าไปในก้อนเมฆ บดบังร่างของตัวเองไว้ เธอกลัวว่าถ้าบินต่ำเกินไปแล้วมีคนเห็นเข้า จะตกใจจนเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมาเสียเปล่า โชคดีที่ตอนนี้อินเทอร์เน็ตยังไม่พัฒนา ไม่มีติ๊กต็อกหรือไคว้โฉ่ว ไม่อย่างนั้นพฤติกรรมปล่อยตัวปล่อยใจแบบนี้ของเธอ คงได้ขึ้นเทรนด์ฮอตในพริบตา
เธอบินอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง สุดท้ายก็หลงทางเสียเอง พอฟ้าเริ่มมืด เธอก็มองหาเมืองที่คึกคักแล้วลงจอด พอถามทางจึงรู้ว่าตัวเองมาถึงเทียนจินแล้ว
เทียนจินอยู่ไม่ไกลจากปักกิ่ง เธอหยิบรถบ้านจากแพ็กเกจมือใหม่ออกมาทันที กะว่าจะพักอยู่ข้างในนี่แหละ
“สมกับเป็นของที่ระบบให้มา ส่วนใหญ่เป็นเทคโนโลยีล้ำยุคทั้งนั้นเลย”
จางจือยหวินเข้าไปในรถบ้าน มองจากข้างนอกเห็นว่ามีขนาดเท่ารถบ้านทั่วไป แต่ใครจะรู้ว่าข้างในกว้างถึง 200 ตารางเมตร เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นทำงานได้โดยไม่ต้องใช้ไฟ แถมเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดยังเปลี่ยนรูปร่างเป็นแบบที่เธอนึกภาพไว้ได้ แค่ขยับความคิดนิดเดียวเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นของดีที่นักเดินทางข้ามมิติต้องมีติดบ้านติดรถไว้เลย
เธอเดินไปเดินมาอย่างตื่นเต้น ก่อนจะบังเอิญเห็นตัวเองในกระจก ดวงตาเบิกกว้าง รีบวิ่งไปหน้ากระจกเต็มตัว แล้วก็ยกมือปิดปากอย่างไม่อยากเชื่อ
“นะ...นี่สวยเกินไปแล้ว สวยจนไม่เหมือนคนธรรมดาเลย ฉันจำได้ว่าร่างนี้ชื่ออี้ซา อี้ซาเป็นใครกันนะ? ไม่เคยได้ยินชื่อเลยนี่นา ช่างเถอะ จะเป็นใครก็ช่าง ตอนนี้ร่างนี้เป็นของฉันแล้ว”
ถ้าถามว่าทำไมเธอถึงสวยขนาดนี้ ก็เพราะตอนที่วิชาก่อตัวกระดาษทะลวงขึ้นสู่ระดับแรก ร่างกายของเธอได้รับการชำระล้างเส้นเอ็นและไขกระดูก ไม่เพียงสมรรถภาพร่างกายจะดีขึ้น รูปร่างกับหน้าตาก็ยังได้รับการปรับให้สมบูรณ์แบบขึ้นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วย
พูดง่าย ๆ ก็คือตอนนี้เธอเป็นอี้ซาเวอร์ชันพลัส
เดิมทีก็เป็นสาวสวยอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งงดงามราวกับนางฟ้า
จางจือยหวินรู้สึกเหมือนได้กำไรสุด ๆ เธอส่องกระจกอยู่นาน พอชื่นชมตัวเองจนพอใจแล้ว ก็เริ่มเปลี่ยนรูปลักษณ์กับสีของเฟอร์นิเจอร์ตามที่ชอบ พอจัดการเสร็จเกือบหมดก็เริ่มหิว ตอนนี้ยังไม่มีบริการส่งอาหารถึงบ้าน เธอเลยต้องไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยออกไปหาอะไรกินข้างนอก
เธอสวมหมวกกับหน้ากากอนามัยออกไป ถึงอย่างนั้นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบก็ยังดึงดูดสายตาคนมากมาย เธอไม่ค่อยชินกับการถูกมองแบบนี้ เลยยกเลิกแผนกินข้าวข้างนอก แล้วซื้ออาหารใส่ห่อกลับไปกินแทน
ระหว่างทางยังแวะซื้อข้าวสาร แป้ง น้ำมัน ผัก ผลไม้ และของอื่น ๆ อีกนิดหน่อย ตั้งใจว่าจะไม่ออกไปไหนในช่วงนี้แล้ว โลกข้างนอกน่ากลัวเกินไป
เธอใช้ชีวิตอย่างสบายใจตลอดคืน ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
วันรุ่งขึ้น จางจือยหวินนอนจนตื่นเอง พอขี้เกียจลุกไปทำอาหารเช้า เธอก็ปล่อยมนุษย์กระดาษตัวน้อยออกมา “เด็กดี เธอทำอาหารเป็นไหม? ถ้าไม่เป็นก็ไม่เป็นไร ดูทีวีแล้วเรียนเอาก็ได้”
มนุษย์กระดาษตัวน้อยตบอกอย่างมั่นใจ จ้อไม่หยุดพลางรับรองกับเธอว่าจะทำอาหารเช้าให้อร่อยแน่นอน แค่รอกินก็พอ
ไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์กระดาษตัวน้อยจะฉลาดจริง ๆ ดูทีวีแค่รอบเดียวก็เรียนรู้ได้แล้ว เพื่อประหยัดเวลา มันยังจำลองร่างมนุษย์กระดาษตัวน้อยออกมาอีกยี่สิบกว่าตัว ให้ช่วยกันทำอาหารด้วย
คนเยอะก็ช่วยกันได้มาก ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที อาหารเต็มโต๊ะก็เสร็จเรียบร้อย มนุษย์กระดาษตัวหนึ่งลอยตุ๊บป่องไปข้างเตียงของจางจือยหวิน แล้วแงะเปลือกตาเธอเพื่อปลุกให้ตื่น
“หืม? ทำอาหารเสร็จแล้วเหรอ? เร็วจัง?”
กลิ่นหอมทำให้จางจือยหวินที่ยังสะลึมสะลืออยู่ตาสว่างทันที เธอหาวแล้วลุกขึ้น สวมรองเท้าแตะขนฟูนุ่มเดินไปที่โต๊ะอาหาร พอเห็นอาหารหน้าตาน่ากินวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ ความอยากอาหารก็พุ่งขึ้นมาทันที
เธอยกนิ้วโป้งให้พวกมนุษย์กระดาษ ยิ้มตาหยีแล้วไปล้างหน้าแปรงฟันและเปลี่ยนเสื้อผ้า พอออกมา ผมสั้นประบ่าที่ปลายงุ้มเล็กน้อยก็ถูกรวบครึ่งหัวเป็นจุกเล็ก ๆ ดูทั้งสดใสและคล่องแคล่ว
