ฮวาจิงถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “ครึ่งปีนี้เจ้าต้องพักรักษาตัวดี ๆ อย่าทำเหมือนก่อนหน้านี้ที่หักโหมบ่มเพาะพลังอย่างไร้ความยั้งคิด เรื่องบ่มเพาะพลังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ร่างกายสำคัญเป็นอันดับแรก เข้าใจไหม”
หลินซูเยี่ยนฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา พอเห็นฮวาจิงพูดจบก็รีบถามว่า “ท่านอาจารย์เป็นอย่างไรบ้าง”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ฮวาจิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เวิ่นโจวถูกตะปูเพลิงเผาผลาญเหมันต์นั่นเล่นงาน ถึงตอนนี้จะถอนตะปูออกมาแล้ว แต่เส้นลมปราณก็ยังฉีกขาด พิษและไอชั่วร้ายของตะปูเพลิงเผาผลาญเหมันต์ยังคงอยู่ในเนื้อเลือดของเขา ทางเดียวที่จะทำได้ตอนนี้ก็คือปิดผนึกพลังวิญญาณแล้วเก็บตัวบ่มเพาะอย่างสงบ”
เก็บตัวบ่มเพาะ?!
หัวใจของหลินซูเยี่ยนสั่นสะท้าน เขากลืนน้ำลาย เสียงสั่นพร่าเล็กน้อย “ต้อง... เก็บตัวนานแค่ไหน”
ฮวาจิงเห็นท่าทางเขาเช่นนั้นก็นึกว่าเขาทำใจรับไม่ได้ จึงถอนหายใจเบา ๆ เอ่ยว่า “คงจะ... สิบปี”
สิบปี?! ในต้นฉบับก็สิบปี! ทำไมกัน ทำไมเขาเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย ในต้นฉบับเนื้อเรื่องของ "หลินซูเยี่ยน" เปลี่ยนไปแล้ว แต่เนื้อเรื่องของอวี๋เวิ่นโจวกลับดูเหมือนจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก หรือเป็นเพราะว่าอวี๋เวิ่นโจวเป็นตัวเอกจึงเปลี่ยนแปลงได้ยาก ส่วนตัวละคร "หลินซูเยี่ยน" เป็นแค่ตัวประกอบ แม้จะเปลี่ยนไปก็ไม่กระทบเส้นเรื่องหลัก?
เมื่อหลินซูเยี่ยนคิดเช่นนี้ ลมหายใจก็หยุดชะงักไปชั่วขณะ ถ้อยคำในตำราที่พรรณนาถึงเรื่องราวของอวี๋เวิ่นโจวพลันแล่นผ่านใจเขา กดทับจนหายใจไม่ออก หลินซูเยี่ยนรู้สึกเลือนลางขึ้นมา หรือว่าเขา... ช่วยอวี๋เวิ่นโจวไม่ได้จริง ๆ ?
