บรรยากาศตึงเครียด
แผ่คลุมหัวใจของทุกคน
เจ้าพังพอนขาวทะลุมิติตัวนั้นปรากฏกายอย่างลึกลับไร้ร่องรอย
ทุกครั้งที่มันปรากฏตัว จะต้องมีผู้ฝึกยุทธคนหนึ่งถูกสังหารอย่างอนาถ
ในเวลาเพียงไม่นาน ก็มีคนตายไปแล้วหกคน
ในบรรดาคนทั้งหก บ้างเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นสูงสุด บ้างเป็นปรมาจารย์ยุทธขั้นต้น หากอยู่ในฐานที่มั่น พวกเขาล้วนเป็นยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่ แต่ที่นี่กลับไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน ได้แต่ตายอย่างคับแค้นใจ
แม้แต่รูปร่างหน้าตาของฆาตกรก็ยังมองไม่ชัด
ทุกคนต่างขวัญผวา อดไม่ได้ที่จะหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เสียงหอบหายใจกลับยิ่งชัดเจนเป็นพิเศษ
“อ๊ากกก ฉันทนไม่ไหวแล้ว!”
“ไปตายซะ! ไปตายซะ!”
ผู้ฝึกยุทธคนหนึ่งทนบรรยากาศกดดันเช่นนี้ไม่ไหว จึงคำรามลั่นพุ่งออกจากฝูงชน สะบัดดาบยาวฟาดฟันไปทั่ว พลางตะโกนเสียงดัง “ออกมา! แกออกมาเดี๋ยวนี้!”
“สวี่เฮ่า อย่าหุนหันพลันแล่น รีบกลับมา!”
เมื่อเห็นท่าทางของเขา ผู้ฝึกยุทธคนหนึ่งก็หน้าเปลี่ยนสี รีบตะโกนเสียงดัง
แต่ก็สายไปแล้ว
เงาสีขาวปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างฉับพลัน พุ่งตรงเข้าใส่สวี่เฮ่า
กรงเล็บสีขาวทะลุผ่านร่าง ก่อนจะหายวับไปในพริบตา
ร่างของสวี่เฮ่าแข็งทื่อ ก่อนจะล้มลงกับพื้นและแน่นิ่งไป
เห็นได้ชัดว่าเขาตายแล้ว
ทว่าใบหน้าของเขากลับเผยสีหน้าโล่งใจ
“แมวจับหนู!”
“มันคิดจะเล่นงานพวกเราทีละคนจนตาย!”
เชียนหยวนหน้าเขียวคล้ำ กล่าวเสียงขรึม
เจ้าพังพอนขาวทะลุมิติไม่ได้ลงมือกำจัดพวกเขาทีละคนอย่างรวดเร็ว แต่กลับเว้นช่วงเวลาหนึ่งก่อนจะฆ่าคนหนึ่ง เห็นได้ชัดว่ามันต้องการให้พวกเขาสัมผัสถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาท่ามกลางความหวาดกลัว
