บทที่ 8 เกลี้ยกล่อมให้เข้าพวก
ก็เพราะตั้งแต่ถูกตบครั้งแรก เฉียวหุยอิงก็รู้แล้วว่าลู่เว่ยกั๋วไม่ชอบให้ใครโต้เถียง ขอแค่เธอไม่พูดอะไร ลู่เว่ยกั๋วก็จะไม่ลงมือ
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเกรงกลัวลูกชายคนโตอย่างลู่เยี่ยน จึงไม่กล้าทำเกินไปนัก
วันนี้คำว่า “แยกบ้าน” จากปากลูกสะใภ้คนโตนี่เองที่ไปจุดชนวนความโมโหของเขา
ลู่ม่านม่านเช็ดเลือดตรงมุมปากให้แม่อย่างปวดใจ น้ำตาไหลพรากราวกับไข่มุกที่สายขาด
เจียงหวั่นมองใบหน้าไร้ความรู้สึกของแม่สามีกับเลือดตรงมุมปาก แล้วกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
ในใจรู้สึกผิดอย่างยิ่ง
วันนี้เธอหยิบเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างก่อเรื่องใหญ่โต แต่กลับไม่คิดว่าท้ายที่สุดลู่เว่ยกั๋วจะมาระบายอารมณ์ใส่แม่สามี
เขาถึงกับลงมือตบผู้หญิง
ยิ่งเห็นสีหน้าไร้ความรู้สึกของเฉียวหุยอิง ก็ยิ่งเหมือนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกตบ
แม้เจียงหวั่นจะรู้ว่าผู้ชายที่ลงมือตบผู้หญิงมีอยู่มากในยุคนี้ แต่พอได้เห็นกับตาว่าผู้ชายทำร้ายคนอื่น เธอก็ยังรู้สึกสะเทือนใจมาก
ท่าทางยามโกรธกับหมัดที่ฟาดลงมา ประกอบกับพละกำลังที่แตกต่างกันโดยกำเนิดระหว่างชายหญิง ทำให้ผู้หญิงแทบไม่มีทางหนี
เฉียวหุยอิงยังเป็นคนรูปร่างผอมบางตัวเล็กแบบนั้น ต่อให้คิดจะสู้กลับก็ทำไม่ได้ แค่จะวิ่งหนีก็ยังวิ่งไม่ทันลู่เว่ยกั๋ว
“เข้าไปนั่งพักในห้องฉันสักครู่เถอะ!” ตอนพูดเจียงหวั่นรู้สึกคอแห้งผาก ลำคอตึงจนแทบพูดไม่ออก
เฉียวหุยอิงพยักหน้าตกลง ที่จริงเธอกลัวว่าถ้าไม่ตกลง ลูกสะใภ้จะร้องไห้เสียก่อน
ส่วนตัวเธอ ใบหน้าที่ถูกตบเหลือเพียงความแสบร้อน ส่วนขาที่ถูกเตะก็ปวดเกร็งเป็นระยะ