หลี่จ้านสัมผัสได้ว่าสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล เขาเลิกคิ้วมองชิงเฟิง แล้วเอ่ยเสียงทุ้ม
“เหตุใดจึงพูดอึกอักนัก จงพูดให้จบความ”
ชิงเฟิงท้อแท้ ถอยหลังไปสองก้าว เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แล้วจึงเอ่ยขึ้น
“ฝ่าบาทตรัสว่า หากท่านไม่สามารถขอฝนได้ ก็จะพระราชทานนางงามหลายนางให้ท่านซื่อจื่อ”
เหราซย่าเหอหัวเราะด้วยความโมโห องค์จักรพรรดิทรงคิดคำนวณเก่งนัก แต่เหตุใดจึงเล็งเป้ามาที่นางกันเล่า ช่างคาดเดายากจริง ๆ
“ดูท่า คงมีคนนั่งไม่ติดที่แล้ว แต่ทว่า มือนั้นยาวเกินไป เอื้อมไปถึงวังหลวงเสียแล้ว เรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้”
ชิงเฟิงเช็ดเหงื่อเย็นบนใบหน้า รีบเร่งพูดขึ้น
“คุณหนูรอง ข่าวว่าลี่กงกงผู้ติดตามฝ่าบาทได้ไปยังจวนสกุลเหราเพื่อประกาศพระบัญชาแล้ว หากท่านกลับช้าไป คงไม่เป็นผลดีต่อท่าน”
เหราซย่าเหอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางชำเลืองมองศพของหญิงชิวเหนียง แล้วเอ่ยเสียงหนักแน่นกับชิงเฟิง
“ข้ากับท่านซื่อจื่อจะกลับก่อน เจ้าจงหาจังหวะนำศพของชิวเหนียงไปไว้ที่เรือนรอง จำไว้ เรื่องนี้อย่าให้ผู้ใดรู้ จงทำอย่างลับ ๆ”
ชิงเฟิงเบิกตากว้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากทำ แต่ก็จนปัญญา
เพราะท่านซื่อจื่อของเขานั้นเป็นโรคกลัวภรรยาเสียอย่างนั้นสิ!
“ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว แต่คุณหนูรองสกุลเหรา ไฉนต้องเก็บศพของชิวเหนียงไว้เล่า หากวางไว้ในเรือนรองแล้วจะไม่เน่าเหม็นหรือ?”
เหราซย่าเหเอถลึงตาใส่ชิงเฟิง เพื่อป้องกันไม่ให้เขาทำเสียเรื่อง จึงอธิบาย
