เหราซย่าเหอหาได้กังวลไม่ เพราะอย่างไรเสียก็ต้องลากตัวคนที่อยู่เบื้องหลังออกมาให้ได้ เพียงแต่เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น
“เช่นนั้นก็ไปเถิด”
หลี่จ้านผงกศีรษะเล็กน้อย รับหุ่นไม้มาจากมือนาง ใช้คมดาบกรีดกลางฝ่ามือ เลือดแดงสดไหลรินตามข้อมือลงมาหยดใส่ร่างหุ่นไม้
เขาชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเห็นดวงตาของหุ่นไม้กรอกไปมา ราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ
หลี่จ้านตกใจจนแทบจะเขวี้ยงหุ่นไม้ทิ้ง เพราะของประหลาดเยี่ยงนี้ เขาก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
เหราซย่าเหอกล่าวอย่างสงบนิ่ง “หุ่นไม้ตัวนี้เป็นเพียงตัวแทนเจ้า เมื่อสิ้นประโยชน์แล้ว ข้าจะทำลายทิ้งเอง เจ้าอย่าได้ตื่นตระหนกไปเลย เพียงแค่ถือว่ามันเป็นของรับเคราะห์แทนเจ้าก็พอ”
หลี่จ้านจึงวางใจขึ้น ความรู้สึกขัดเคืองในใจพลันมลายหายไป บัดนี้กลับรู้สึกผ่อนคลาย
โดยสัญชาตญาณ เขาเชื่อใจนาง นางคงไม่คิดร้ายต่อเขาแน่
“ข้าเชื่อมั่นในวิชาพยากรณ์ของคุณหนูรองสกุลเหรา ท่านจะลงมือโดยพลการเลยก็ได้”
เหราซย่าเหอยิ้มแต่มิได้เอ่ยวาจา เก็บหุ่นไม้กลับคืนมาอย่างสงบ นำไปเก็บไว้ในกำไลเก็บของชั่วคราว
แม้แต่หลี่จ้านผู้สุขุมยังต้องตะลึงกับภาพเบื้องหน้า
สมกับเป็นคุณหนูรองสกุลเหรา เวทมนตร์ช่างลึกล้ำราวเทพญาณ เขาครุ่นคิดพลางรีบนำผู้คนตรงไปยังงานเลี้ยง
*
งานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นแล้ว เรือนรับรองบุปผาเนืองแน่นไปด้วยแขกเหรื่อ
บุรุษและสตรีแยกโต๊ะกินอาหารกัน ฝ่ายสตรีส่งเสียงหัวเราะสดใส สนทนากันถึงเรื่องเครื่องแต่งกายบุรุษสตรีที่นิยมในเมืองหลวง หรือไม่ก็เครื่องประดับของตระกูลใดงดงาม ล้วนเป็นสิ่งที่สตรีนิยม
จอกสุราในมือของเหราหยันหรานไม่เคยถูกวางลง หญิงสาวรอบด้านต่างต้องการผูกมิตรกับนาง หรือไม่ก็หมายจะสานสัมพันธ์กับพระชายารัชทายาทในอนาคต
