ชายาจิงอันอ๋องมีสีหน้าซีดเซียวมาก เหราซย่าเหอนั่งลงข้างนาง ในมือถือกระดาษยันต์ นางเงยหน้ามองหลี่จ้าน สั่งการ
“จุดไฟเผากระดาษยันต์ นำเถ้ายันต์ให้ชายาดื่ม วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้นางถูกไอสังหารรุกรานได้ชั่วคราว”
หลี่จ้านรับกระดาษยันต์มา ใช้หินจุดไฟเผาจนมอดเป็นเถ้า แล้วนำใส่ถ้วยน้ำชา ส่งมาที่มือของเหราซย่าเหอ
“เสร็จแล้ว”
เหราซย่าเหอรับถ้วยน้ำยันต์มา ประคองชายาจิงอันอ๋องขึ้นอย่างระมัดระวัง ป้อนน้ำยันต์ให้นางดื่ม
นางกัดนิ้วจนเลือดออก ยกมือขึ้นประทับตราโลหิตบนหน้าผากองค์หญิง ก็แลเห็นไอสังหารที่เคยห่อหุ้มอยู่ บัดนี้กลับสลายไปเกือบครึ่ง
ดูท่า โลหิตของนางจะได้ผลจริง แต่ก็มีข้อจำกัด เพียงทำได้แค่ประทังชีวิตชายาจิงอันอ๋องไว้ชั่วคราว มิใช่แผนการระยะยาว
“คุณหนูรองสกุลเหรา ท่านแม่ของข้าเป็นอันใดไป เมื่อครู่ข้าส่งนางกลับตำหนักฟางหัว กะว่าจะจัดการเรื่องอวี้จูเอ๋อร์ให้เรียบร้อย ใครจะรู้ อยู่ดี ๆ ท่านแม่ก็หมดสติ สิ้นความรู้สึกไปเสียแล้ว!”
เหราซย่าเหอมีสีหน้ายังซีดอยู่บ้าง นางยันขอบเตียงไว้จึงไม่ล้มลงกับพื้น ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป ทนไม่ไหวกับการผลาญของตน
หลี่จ้านรีบเข้าไปประคองเหราซย่าเหอ ส่งนางไปนั่งที่เก้าอี้นวมข้าง ๆ ยื่นถ้วยชาให้นาง
เหราซย่าเหอรับชาใส่มา แต่ไม่ดื่ม การเข้าใกล้ของหลี่จ้านทำให้ความรู้สึกอึดอัดในใจจางหาย ร่างกายกลับไม่เป็นเรื่องใหญ่อะไร
หลี่จ้านเอ่ยด้วยความเป็นห่วง “เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
เหราซย่าเหอกะพริบตา พูดโพล่งออกไป
“ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียอยู่บ้าง... ให้ข้ากอดสักครู่ได้หรือไม่?”
