หงโต้วตกใจจนหน้าถอดสี เพิ่งจะรู้ตัวว่าท่านปรมาจารย์เฮ่อเช่อมุ่งมาที่คุณหนูของนาง
นางคว้าสายประคำขึ้นมาโยนลงพื้น กัดฟันกรอดพูด
“ปิศาจร้ายอะไรกัน ไอ้หัวโล้นเจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร คุณหนูข้าคือคุณหนูรองสกุลเหรา เป็นถึงบุตรีสูงศักดิ์ จะเป็นปิศาจร้ายได้อย่างไร!”
เฮ่อเช่อแววตาเรียบเฉย น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ย
“อมิตาพุทธ ปิศาจร้ายย่อมช่ำชองการล่อลวงผู้คนรอบกาย เพียงแต่สวมหนังมนุษย์เท่านั้น เกรงว่าเจ้าของร่างคงถูกเปลี่ยนตัวไปนานแล้ว…”
“คุณหนูรองสกุลเหรา เจ้าว่าจริงหรือไม่?”
เหราซย่าเหอหรี่ตาลง จอมยุทธ์เฮ่อเช่อผู้นี้มีฝีมืออยู่บ้างแต่ก็ไม่มากนัก
แม้เขาจะมีเวทมนตร์ แต่ก็เป็นเพียงกลอุบายชั้นต่ำ ใช้เป็นเพียงแค่กลลวงตาก็แล้วไปเถิด ยังกล้าออกมาโอ้อวดฝีมือต่อหน้ายอดคน น่าขันสิ้นดี
เหราหยันหรานลนลานถอยหลังไปสองก้าว นางชี้ไปที่เหราซย่าเหอ ใบหน้างดงามซีดเผือดร้อง
“เจ้าเป็นปิศาจร้ายอะไรกันแน่ ถึงได้เข้ายึดร่างน้องสาวข้า มิน่าเล่าช่วงนี้เจ้าถึงมีพฤติกรรมประหลาด ไม่เคารพมารดา ก่อความวุ่นวายให้สกุลเหราปั่นป่วนก็แล้วไป ยังกล้าอ้างตัวเป็นหมอดู เที่ยวโอ้อวดไปทั่ว!”
คำพูดนี้ แทบจะยืนยันว่าเหราซย่าเหอเป็นปิศาจร้าย
เหล่าสตรีสูงศักดิ์ต่างพากันถอยหลังไปสองก้าว แววตามองเหราซย่าเหอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ในเมื่อเป็นปิศาจร้าย ท่านปรมาจารย์ เหตุใดไม่รีบจับนางไว้ หากปล่อยให้นางทำร้ายผู้คน เกรงว่าจะไม่ดีแน่!”
จอมยุทธ์เฮ่อเช่อยกมือขึ้น ใช้เชือกมัดข้อมือทั้งสองของเหราซย่าเหอไว้ เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คนมา นำตัวปิศาจร้ายไปส่งที่แท่นเซ่นไหว้ วันนี้จะใช้ไฟศักดิ์สิทธิ์ บีบให้ปิศาจร้ายตนนี้ปรากฏตัวออกมา ต้าหยงของเราก็จะไม่ถูกปิศาจร้ายรุกรานอีก!”
