เซี่ยซูหยงส่ายหน้า “ข้าเองก็ไม่ทราบ ท่านเป็นสตรีเพียงผู้เดียวที่ข้าพบเห็นในแดนสุญญตา”
เหราซย่าเหอครุ่นคิด ดูท่าจะเป็นเจตจำนงแห่งสวรรค์ ส่งบุญมาให้นางถึงที่
“เจ้าอยากทำสิ่งใด ข้าช่วยเจ้าได้ แต่เหตุผลแห่งกรรมย่อมหมุนเวียน ต้องมีรางวัลตอบแทนจึงจะทำการแทนเจ้า”
หญิงสาวฟังจบ อารมณ์พลันสดใสขึ้นทันใด นางเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม
“ณ ศาลเจ้าพ่อเมืองทางเหนือของเมืองหลวง เป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าแห่งการจับคู่ ใต้เทวรูปนั้นข้าฝังเงินไว้ห้าร้อยตำลึง จะเป็นสิ่งตอบแทนได้หรือไม่”
เหราซย่าเหอเลิกคิ้ว หญิงสาวผู้นี้ช่างเตรียมการล่วงหน้า วางแผนไว้พร้อมสรรพ
“สองร้อยตำลึงก็พอ ระหว่างที่ข้าไปตรวจสอบ จงเล่าเรื่องของจวนโหวและจวนป๋อให้ข้าฟัง หากคนในครอบครัวเจ้าไม่เชื่อ คนต่างภพนั้นข้ามองไม่เห็น เจ้าก็ยากจะกลับคืนร่างเดิม”
เซี่ยซูหยงครุ่นคิด เพียงลังเลชั่วครู่ ก็พรั่งพรูเรื่องราวทั้งหมดออกมาบอกแก่เหราซย่าเหอประหนึ่งเทถั่ว
กล่าวจบ วงตานางแดงก่ำ ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา
“ข้าเร่ร่อนในแดนสุญญตามาสามปีแล้ว คิดถึงครอบครัวยิ่งนัก น่าเสียดายที่ข้ามิใช่ข้าอีกต่อไป สามีของข้าก็กลายเป็นคนข้างกายผู้อื่น!”
วิญญาณร่ำไห้ แดนสุญญตาพลันเยือกเย็นลงหลายส่วน กำลังบำเพ็ญของเหราซย่าเหอเดิมก็มีจำกัด ครานี้ยังมิทันฟื้นฟู แทบถูกความหนาวเหน็บดับชีพ
ทั้งยังถูกการเคลื่อนไหวของเซี่ยซูหยงทำให้สะดุ้งตกใจ
“พอแล้วๆ อย่าร่ำไห้เลย เรื่องนี้ข้ารับปากก็แล้วกัน เพื่อความปลอดภัยของเจ้า ช่วงเวลานี้เจ้าจงสิงสถิตข้างกายข้า หากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า ห้ามใช้พลังวิญญาณของเจ้า”
