“มีเจ้าอยู่ข้างกาย ข้าก็รู้สึกสงบ เหตุใดข้าต้องเสียใจ?”
แววตาของหลี่จ้านเปี่ยมด้วยความจริงจัง เมื่อตกกระทบดวงตาของเหราซย่าเหอ นางก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อยอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าคำตอบที่ได้รับจะเป็นเช่นนี้
เหราซย่าเหอจ้องมองหลี่จ้านอย่างแน่วแน่ เลิกคิ้วกล่าว “เจ้าร่วมมือกับข้าไม่มีปัญหา เพียงแต่การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ บิดาของเจ้าอาจไม่ยินยอม ข้าคิดว่าเรื่องนี้ควรต้องหารือกันอีกครั้ง!”
หลี่จ้านยกมือดึงเอวบางของนางเข้ามาแนบอ้อมอก สายตาร้อนผ่าวจับจ้องนางจนนางรู้สึกกระสับกระส่าย
“หากคุณหนูรองสกุลเหราไม่เต็มใจ ต่อไปการร่วมมือระหว่างเราก็ยกเลิกเสียเถิด เจ้าพูดถูก บางทีข้าควรไปสู่ขอสตรีจากตระกูลสูงศักดิ์ เพียงแต่ว่า ต่อไปเราอย่าได้พบหน้ากันอีกเลย”
กล่าวจบ หลี่จ้านก็หมุนตัวเดินจากไป ไร้วี่แววเสียดายแม้แต่น้อย
หากเหราซย่าเหอเป็นคนช่างสังเกต ก็คงจับได้ถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหลี่จ้าน เขาลูบคลำแหวนหยกที่นิ้ว ปรากฏท่าทีสงบนิ่ง
เหราซย่าเหอครุ่นคิดครู่หนึ่ง มองแผ่นหลังที่กำลังห่างไกลของหลี่จ้าน นางตกอยู่ในห้วงภวังค์คิด และในชั่วขณะนั้นเอง จู่ๆ นางก็รู้สึกว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรง โชคดีที่ยังทรงกายไว้ได้ ไม่ล้มลง
วันนี้คงใช้เวทมนตร์มากเกินไป ถึงได้อ่อนแอถึงเพียงนี้
สายตาของเหราซย่าเหอกวาดไปเห็นไอม่วงที่ปกคลุมตัวหลี่จ้าน นางลูบคางอย่างใช้ความคิด
ว่าไปแล้วหลี่จ้านมีกลิ่นอายมังกรแท้ติดตัว หากเขาเข้าพิธีวิวาห์จริงและไม่มาพัวพันกันอีก นางก็คงหมดหนทางใช้ประโยชน์จากไอม่วงของหลี่จ้าน
เมื่อคิดได้ดังนั้น เหราซย่าเหอก็พลันรู้สึกลังเล ว่าไปแล้ว หากนางใช้หลี่จ้านเป็นบันไดออกจากตระกูลเหรา ก็ถือว่าไม่เลว
