แต่เช้าตรู่ เจียงหว่านก็นั่งแท็กซี่ไปโรงพยาบาลรุ่นอัน
เจียงเหวินเยวี่ยกำลังเก็บข้าวของอย่างขะมักเขม้น
เมื่อเห็นเจียงหว่าน เธอก็ดีใจมาก
“หว่านหว่าน ดวงตาของคุณปู่หายดีเป็นปกติแล้ว วันนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้ คนขับรถที่หานเซิงจัดไว้รออยู่ข้างล่างแล้ว”
เห็นได้ชัดว่าเจียงเหวินเยวี่ยอารมณ์ดีมาก
ดวงตาของคุณปู่ผ่านการผ่าตัด ตอนนี้กลับมามองเห็นได้อีกครั้งแล้ว
แม้เจียงอวี้กั๋วจะอยู่ในคุก แต่ลู่หานเซิงก็ส่งคนไปเก็บรวบรวมหลักฐานแล้ว
ไม่แน่ว่าอีกไม่นานก็จะได้ประกันตัวออกมา
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี
“หว่านหว่าน มาแล้วเหรอ?”
เมื่อเทียบกับความดีใจของเจียงเหวินเยวี่ยแล้ว ท่านปู่เจียงดูไม่ค่อยมีความสุขนัก
เจียงหว่านเดินไปนั่งลงข้างเตียง
ท่านปู่มองใบหน้าของเจียงหว่านด้วยสายตาเมตตา แล้วพูดอย่างสงสารว่า “ปู่รู้แล้วว่าแกยอมเสียสละตัวเองเพื่อช่วยตระกูลเจียง เด็กเอ๋ย แกต้องลำบากมากเลย”
เจียงหว่านกับเจียงเหวินเยวี่ยสบตากัน
จากนั้นก็หันกลับไปมองท่านปู่เจียง
“คุณปู่พูดอะไรน่ะคะ ตอนนี้ฉันก็สบายดีไม่ใช่เหรอ?”
ท่านปู่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูดว่า “เด็กคนนี้ ตั้งแต่เล็กก็ชอบฝืนทำเป็นเข้มแข็ง มีเรื่องทุกข์ใจอะไรก็เก็บกลืนลงไปคนเดียว ปู่รู้ว่าแกอยู่กับหานเซิง จริง ๆ แล้วไม่ได้มีความสุขนัก ใช่ไหม? หว่านหว่านของปู่เมื่อก่อนเป็นเด็กผู้หญิงร่าเริง ชอบยิ้ม แต่ตอนนี้ปู่ไม่ได้เห็นแกยิ้มมานานมากแล้ว”
เจียงหว่านรู้สึกแสบจมูกขึ้นมา ก่อนเอ่ยว่า “การอยู่กับหานเซิงเป็นทางเลือกของฉันเอง ในเมื่อในใจฉันยังมีเขาอยู่ การได้อยู่กับคนที่ชอบ ไม่ว่าจะอย่างไรก็มีความสุขทั้งนั้น คุณปู่ควรดีใจแทนฉันสิคะ”
