หลังออกจากโรงพยาบาล ระหว่างทางไปสตูดิโอ Prime เจินฮู่ เจียงหว่านถึงเห็นว่าเหยาเหมยฉีเพื่อนสนิทโทรหาเธอหลายสายแล้ว
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรกลับหาอีกฝ่าย
ทันทีที่สายเชื่อมต่อ เสียงอึกทึกครึกโครมจากบาร์ก็ทะลักออกมาจากลำโพงโทรศัพท์
จังหวะกลองเร้าใจดังจนแก้วหูสั่นสะเทือน ปะปนกับเสียงหัวเราะครื้นเครงของผู้คน เสียงแก้วกระทบกัน และเสียงเพลงรักชวนเคลิบเคลิ้ม
“ฉือฉือ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน”
เจียงหว่านถามขึ้นก่อน “ฉันเพิ่งเห็นว่าเธอโทรหาฉันหลายสาย เมื่อกี้อยู่โรงพยาบาลเลยไม่ได้รับ”
“ไม่เป็นไร ๆ ฉันโทรมาบอกว่าโปรเจกต์ที่รับผิดชอบตอนเดินทางไปทำงานต่างเมืองเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตอนนี้กำลังฉลองกับเพื่อนร่วมงานอยู่ที่บาร์ พรุ่งนี้ก็จะได้เจอเธอแล้ว!”
เหยาเหมยฉีพูดอย่างตื่นเต้นผ่านโทรศัพท์ “ไม่คุยแล้วนะ รอฉันกลับไปก่อน เดี๋ยวเลี้ยงมื้อใหญ่เธอเอง”
พูดจบ เหยาเหมยฉีก็วางสาย
เจียงหว่านมองโทรศัพท์ค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้าวเข้าไปในสตูดิโอ Prime เจินฮู่
-
บาร์เยเซอ
แสงนีออนพร่าเลือนส่องวูบไหว
เสียงดนตรีเฮฟวีเมทัลผสมกับเสียงแก้วกระทบกันกรุ๊งกริ๊งจากบาร์เทนเดอร์ที่กำลังเขย่าเครื่องดื่ม ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ
เหยาเหมยฉีพิงเคาน์เตอร์บาร์ ปลายนิ้วหมุนแก้วเบา ๆ แววตาแฝงความเย้ายวนและเจ้าเล่ห์อยู่หลายส่วน
สายตาของเธอจับจ้องไปยังชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในมุมโซฟา
ชายหนุ่มเอนกายพิงโซฟาอย่างเกียจคร้าน ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดอย่างหลวม ๆ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดูเย่อหยิ่งเจือความเกเร รอบกายแผ่กลิ่นอายคุณชายเจ้าสำราญที่ไม่แยแสสิ่งใด
