เมื่อรู้ว่าเอกสารร้องเรียนของเซิ่งโจวถูกส่งคืนมาทั้งหมด ซวินม่านลี่ก็ไม่อาจทนได้อีกต่อไป
เธอพุ่งตรงเข้าไปในห้องทำงานของผู้บัญชากองพล
แต่พอเข้าไป เธอก็ยืนตะลึงงัน
ห้องทำงานแทบถูกย้ายของออกไปจนหมด เอกสารบนโต๊ะถูกรื้อออกมาจัดเรียงใส่กล่องกระดาษ เหลือเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะที่วางเอียงอยู่ดวงเดียว
ซ่งเจิ้นยืนอยู่ข้างโต๊ะ ทหารในเครื่องแบบสองนายประกบจับแขนเขาคนละข้าง กำลังพาตัวเขาออกไป
“พ่อ...”
เธอชะงักงัน
ตอนซ่งเจิ้นเดินผ่านเธอไป เขาไม่หยุดฝีเท้า เพียงหันหน้ามามองเธอแวบหนึ่ง
ในแววตานั้นมีเพียงความผิดหวังบางเบา
จากนั้นเขาก็เพียงถอนหายใจ ไม่พูดอะไรอีก ก่อนถูกพาตัวออกไป
ไม่กี่วันต่อมา ข่าวลือเรื่องผู้บัญชากองพลรับสินบนและยักยอกเงินก็แพร่สะพัดไปทั่วกองทัพ
ท้ายที่สุด แม้แต่ชาวบ้านในเมืองก็ยังพากันซุบซิบเรื่องนี้
แม้ทางเบื้องบนจะบอกว่าตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่แค่มีข่าวเล็ดลอดออกมาเพียงนิดเดียว ก็เพียงพอจะทำให้คนที่มีชนักติดหลังลนลานจนทำอะไรไม่ถูก
หลินฟางรื้อสลากเสบียงและสลากน้ำมันใต้ตู้ทั้งหมดออกมาในคืนเดียว ยัดใส่ห่อผ้าไปกองใหญ่ แล้วห่อของมีค่าทุกชิ้นรวบรวมไว้ ลากซวินม่านลี่ลอบออกทางเล็กหลังบ้านตอนฟ้ามืด
เพิ่งพ้นประตูรั้ว เงาร่างหนึ่งก็เดินเอื่อยเฉื่อยออกมาจากใต้กำแพง ขวางอยู่กลางทาง
คนคนนั้นรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง แค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ขวางทางแคบไปเกือบหมด
ในความมืดมองหน้าไม่ชัด เห็นเพียงบุหรี่ที่คาบอยู่ในปากกับประกายไฟวูบวาบ
“หอบข้าวของกันมาเป็นตั้ง นี่เตรียมจะไปไหนกัน?”
“ที่แท้หลายปีมานี้ พ่อฉันเอาความจริงใจไปเลี้ยงหมาสองตัว”
-
นอกห้องสอบสวน
ผู้กำกับการเมืองลี่ซุ่นกั่งมองใบหน้าด้านข้างอันเย็นชาของซ่งถิงเยว่ แล้วถอนหายใจ “ถิงเยว่ เดี๋ยวเข้าไปช่วยพูดให้พ่อแกหน่อยเถอะ พ่อแกอายุมากแล้ว ช่วงนี้โดนสอบสวนวุ่นวายขนาดนี้ ร่างกายจะรับไหวได้ยังไง”
