ซ่งถิงเยว่ตากผ้าเสร็จก็กลับเข้ามาในห้อง เห็นเวินเจียหนิงกำลังเอนพิงหัวเตียงเขียนไดอารี่อยู่
ขาทั้งสองข้างงอซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่ม ยกเป็นเนินเล็ก ๆ บังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง เหลือให้เห็นเพียงหน้าผากเกลี้ยงเกลาและดวงตาคู่งาม
เธอนิ่งไม่ไหวติงทั้งตัว มีเพียงมือข้างหนึ่งที่ขยับเบา ๆ เขียนประโยคอะไรบางอย่างอย่างคล่องแคล่ว
พอเห็นซ่งถิงเยว่เดินเข้ามาใกล้ เธอก็รีบปิดสมุดดัง “แปะ” แล้วมองเขาอย่างระแวดระวัง
“อะไร ซ่อนเงินไว้ข้างในหรือไง” ซ่งถิงเยว่เหลือบมองเธออย่างไม่ยี่หระ ก่อนยื่นแก้วน้ำให้ช้า ๆ “กระติกน้ำร้อนสองใบ ตอนเช้าก่อนพี่ออกไปอุตส่าห์เติมจนเต็ม ตอนนี้ก็ยังเต็มปริ่มอยู่เลย ทั้งวันไม่รู้จักดื่มน้ำสักหน่อยหรือไง”
เวินเจียหนิงเพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อครู่เธอมีปฏิกิริยาเกินเหตุไป เขาไม่ได้เหลือบมองสมุดบันทึกของเธอเลยสักนิด
เธอกระแอมแก้เก้อสองครั้ง ก่อนรับแก้วมาอย่างเสียไม่ได้ จิบน้ำคำหนึ่ง ริมฝีปากแตะขอบแก้วพลางบ่นเสียงเบา “น้ำไม่อร่อยเลยสักนิด”
เสียงอู้อี้ดังออกมาจากแก้วเคลือบ กระหึ่มอยู่ข้างใน แม้แต่เสียงท้ายประโยคก็ยังฟังอู้อี้ไม่ชัด ราวกับเปลี่ยนทำนองไปแล้ว
เธอชอบดื่มนม ชอบกินผลไม้สด
แต่ไม่ชอบดื่มน้ำจืดชืดไร้รสชาติ
เรื่องนี้ถอดแบบมาจากพ่อของเธอ พ่อเองก็ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า ชอบแต่ชงชา ไม่ว่าจะเป็นต้าหงเผา หลงจิ่ง หรือผู่เอ๋อร์ เมื่อก่อนที่บ้านมีชาชั้นเลิศราคาแพงครบทุกชนิด
แต่ตอนนี้ แม้แต่นมสักแก้วยังกลายเป็นของฟุ่มเฟือย
ซ่งถิงเยว่ราวกับเป็นหนอนในท้องเธอ พูดออกมาก็แทงใจดำทันที “เธอชอบดื่มนม ที่นี่ไม่มีหรอก แต่แถวนี้ปลูกแตงหวานกันเยอะ พรุ่งนี้พี่พาไปที่อำเภอ ซื้อให้เธอสักหน่อย”
