อู๋ผิงคิดไม่ออก และก็ไม่มีอารมณ์จะคิดมาก ตอนนี้แค่เรื่องวุ่นวายตรงหน้าก็มากพอจะทำให้เขาปวดหัวแล้ว
แต่พอลองคิดอีกมุม ซวินม่านลี่เป็นลูกเลี้ยงของผู้บัญชากองพลซ่ง และเป็นน้องสาวต่างแม่ของหัวหน้ากรมซ่งด้วย ถ้าเจียงเสี่ยวชุ่ยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเธอได้จริง ต่อไปความสัมพันธ์กับครอบครัวหัวหน้ากรมซ่งอาจจะใกล้ชิดขึ้นอีกสักหน่อยก็ได้
สรุปแล้ว จะไปมีเรื่องกับใครก็ได้ แต่อย่าไปมีเรื่องกับหัวหน้ากรมซ่งเด็ดขาด
คนทั้งเขตรู้กันดีว่าซ่งถิงเยว่ขึ้นชื่อเรื่องดุด่าทหารใต้บังคับบัญชา แต่ขณะเดียวกันก็ขึ้นชื่อเรื่องปกป้องพวกพ้องเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ ตอนซ้อมรบร่วมกับกรมอื่น มีผู้บังคับกองร้อยของอีกฝ่ายคนหนึ่งแอบเล่นงาน จงใจทำให้ทหารของเขาบาดเจ็บ
เดิมทีเป็นเพียงการซ้อมรบสันติภาพเชิงสัญลักษณ์ ทำกันพอเป็นพิธี แต่วันรุ่งขึ้นซ่งถิงเยว่กลับนำคนไปยึดฐานที่มั่นของอีกฝ่ายถึงสามแห่ง ระเบิดเสียราบคาบ จนแม้แต่กองบัญชาการก็เรียกให้หยุดไม่ทัน
หลังเรื่องจบ เขาทิ้งไว้เพียงประโยคเดียวว่า “เล่นสกปรก ก็อย่าหาว่าฉันเอาจริง”
เพราะอย่างนี้ อู๋ผิงจึงรู้ดีว่าซ่งถิงเยว่เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นมาก
โชคดีที่คราวนี้เจียงเสี่ยวชุ่ยหาเรื่องภรรยาของเขา ไม่ใช่ตัวเขาเอง อู๋ผิงจึงแอบโล่งใจอยู่บ้าง วันแรกที่ภรรยาหัวหน้ากรมซ่งมาถึง เขาอยู่ตรงนั้นและเห็นกับตา
ตอนนั้นซ่งถิงเยว่กำลังนั่งประจำที่ลงทะเบียน อู๋ผิงยังไม่รู้ว่าสาวคนนั้นเป็นใคร แค่รู้สึกว่าเธอหน้าตาสะสวยสดใส จึงอดมองอยู่หลายครั้งไม่ได้
แต่ซ่งถิงเยว่กลับพูดกับเธออย่างไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย ทั้งยังถามชื่อซ้ำ แถมจงใจหาเรื่องเธอให้เห็นอยู่สองสามคำ
