เวินเจียหนิงรู้สึกได้ว่ามือของตัวเองถูกฝ่ามือใหญ่ของซ่งถิงเยว่กอบกุมไว้อย่างมั่นคง
กระแสความร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาส่งผ่านมายังเธอ ไล้จากหลังมือขึ้นไปถึงข้อมือ แล้วไต่ตามแขนขึ้นมา ทำให้หัวใจทั้งดวงของเธออบอุ่นไปหมด
ความหวาดหวั่นสับสนในใจพลันสงบลง
เธอเม้มปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองการแสดงต่อ
ชายหนุ่มเป็นคนเลือดร้อน จับมือกันได้ไม่นาน ฝ่ามือก็เริ่มมีเหงื่อซึม
ซ่งถิงเยว่กลัวว่ามือที่ชุ่มเหงื่อของตัวเองจะทำให้เธอรู้สึกไม่สบาย จึงคิดจะเปลี่ยนไปจับอีกมือหนึ่ง
แต่เพิ่งคลายมือออกเพียงนิด นิ้วเรียวขาวก็รีบตามมาคว้านิ้วโป้งของเขาไว้ทันที กำแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะปล่อยมือไป
ซ่งถิงเยว่เงยหน้ามองเวินเจียหนิงที่นั่งอยู่บนขั้นบันไดสูงสุด
ตอนนี้พวกเขายืนอยู่ใต้เงาไม้ ร่างทั้งคู่ถูกปกคลุมด้วยเงาของต้นหู่เฉาใหญ่ จนดูมืดสลัว
แต่ดวงตาคู่นั้นของสาวน้อยสะท้อนแสงไฟบนเวทีที่กำลังไหวระยับ เป็นจุดพร่างพรายราวกับมีเปลวไฟเล็ก ๆ สองกลุ่มกะพริบวูบวาบอยู่ข้างใน
พอเสียงหัวเราะของผู้ชมดังขึ้น เธอก็ยิ้มตาม ลักยิ้มตื้น ๆ ทั้งสองข้างพลันโผล่ออกมาแอบอยู่ตรงมุมปาก หวานจนเกินบรรยาย
ลูกกระเดือกของซ่งถิงเยว่ขยับ นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยเบา ๆ บนฝ่ามือเธอ แล้วก็ไม่ยอมปล่อยมืออีก
แต่จู่ ๆ เวินเจียหนิงก็ดึงมือออกไป
“ซี๊ด...”
เธอสูดปากเฮือกหนึ่ง แล้วยกมือตบลงบนขาตัวเอง
“เป็นอะไร” เขาถาม
“ยุงกัดฉัน” เวินเจียหนิงทำหน้าบูด มือทั้งสองข้างสะบัดไปมาอย่างสะเปะสะปะ ราวกับกำลังไล่ลูกเจี๊ยบ
