ความวุ่นวายของคนรอบข้างส่งผลถึงคนทั้งสองที่กำลังกอดกันอยู่ แผ่นหลังของเหยียนจือถูกผลักกระแทกไม่หยุด จนเธอกับเซี่ยเจิ้งชูแนบชิดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
คราวนี้ไม่ใช่แค่ช่วงบน แม้แต่ช่วงล่างของทั้งคู่ก็เบียดแนบชิดกันสนิท
กลิ่นหอมอุ่น ๆ จากร่างของหญิงสาวลอยเข้าจมูกไม่ขาดสาย ยิ่งทำให้อารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่แล้วพลุ่งพล่านขึ้น
หนังศีรษะของเซี่ยเจิ้งชูชาวาบ เขารู้สึกถึงแรงเสียดสีที่ผิดปกติบางอย่าง ยังไม่ทันที่สมองจะทันคิด ร่างกายกลับตอบสนองไปก่อนแล้ว
เหยียนจือถูกคนผลักไปผลักมาราวกับตุ๊กตาล้มลุก มีเพียงการคว้าเสื้อของเซี่ยเจิ้งชูไว้เท่านั้นที่ช่วยให้เธอพอทรงตัวได้
ในจังหวะที่เหยียนจือถูกบังคับให้ชนเข้าไปในอ้อมแขนของเซี่ยเจิ้งชูอีกครั้ง เธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังดุนตัวเองอยู่...
เซี่ยเจิ้งชูสูดหายใจเฮือก เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองทำอะไรลงไป เป็นไปได้ยังไงที่จู่ ๆ จะมีปฏิกิริยาน่าอับอายแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น!
“เจ้านาย อีกเดี๋ยวเราก็ออกไปได้แล้วค่ะ”
หญิงสาวทำหน้าใสซื่อ พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเซี่ยเจิ้งชู ก็คิดว่าเขาคงรอจนหมดความอดทน จึงกลับเป็นฝ่ายปลอบเขาเสียเอง
เดิมทีเซี่ยเจิ้งชูคิดว่าเหยียนจือแสร้งทำเป็นไม่รู้เพราะกลัวกระอักกระอ่วน แต่พอก้มลงสบตาใสบริสุทธิ์ของเธอ เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ทันสังเกตจริง ๆ
เธอดูซื่อ ๆ เหมือนหญิงสาวที่คุยกับเขาอยู่ทุกประการ
เซี่ยเจิ้งชูไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเอาเหยียนจือไปเชื่อมโยงกับหญิงสาวคนนั้นอีกแล้ว เมื่อเห็นว่าประตูลิฟต์ยังไม่เปิด เขาก็รีบใช้มือประคองร่างเธอไว้ พร้อมพยายามสงบอาการของร่างกาย
