เสิ่นลี่มีใจให้จี้ถิงโจวอยู่บ้าง แม้จะไม่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง แต่ผู้ช่วยไม่กี่คนในห้องเลขานุการต่างก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว
เดิมทีทุกคนยังเป็นห่วงว่า หากต่อไปมีใครไปขัดใจเหยียนจืออีก จะถูกไล่ออกเหมือนเสิ่นลี่ในวันนี้หรือเปล่า
แต่คำพูดเพียงประโยคเดียวของเหยียนจือกลับทำให้ทุกคนเข้าใจขึ้นมาทันที เห็นชัดว่าเสิ่นลี่ทำงานผิดพลาดเอง การที่จี้ถิงโจวโยกย้ายเธอไปตำแหน่งอื่นเป็นเรื่องปกติ จะโทษเหยียนจือทั้งหมดได้อย่างไร
เมื่อเห็นว่าเหยียนจือพลิกกระแสได้ด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว เสิ่นลี่ก็โกรธจนแทบระเบิด เธอคิดจะพูดอะไรต่ออีก แต่ผู้ช่วยผู้บริหารก็เดินเข้ามาจับแขนเธอไว้แน่น แล้วพาตัวออกจากห้องเลขานุการไป
ทันทีที่เสิ่นลี่ออกไป ห้องเลขานุการก็เงียบลง เหยียนจือไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย เธอลุกไปชงกาแฟให้จี้ถิงโจวที่ห้องพักพนักงาน ก่อนถือแก้วกาแฟเข้าไปในห้องทำงานประธานบริษัท
“พี่คะ ดื่มกาแฟค่ะ”
“ขอบคุณ”
หลังวางกาแฟลงบนโต๊ะ เหยียนจือก็หย่อนตัวนั่งบนที่วางแขนของเก้าอี้อย่างเป็นธรรมชาติ จี้ถิงโจวยังไม่ทันห้ามเธอด้วยซ้ำ
“พี่ไล่เสิ่นลี่ออกแล้วเหรอคะ?”
“ย้ายตำแหน่ง ไม่ได้ไล่ออก”
เหยียนจือเล่นผมตัวเอง ก่อนจะก้มหน้าโน้มเข้าไปใกล้จี้ถิงโจว จมูกของทั้งคู่เกือบชนกัน ลมหายใจของเธอปัดผ่านใบหน้าชายหนุ่ม
“เพราะฉันเหรอคะ?”
“จือจือคิดว่าไงล่ะ?”
จี้ถิงโจวไม่มีท่าทีลนลานแม้แต่น้อย เขาวางกาแฟลงแล้วถามกลับ เด็กสาวได้ยินดังนั้นก็เบะปาก ก่อนจะยืดตัวขึ้นอย่างหมดสนุก
