สวี่ตี๋รู้สึกเย็นวาบในใจ ร่างลอยอยู่ในน้ำ เธอมองชายหนุ่มที่ว่ายผ่านตัวเองไปช่วยเหยียนจืออย่างไม่ลังเลด้วยความงุนงง
“จือจือ ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ต้วนเฮ่อรีบว่ายมาถึงข้างเหยียนจือ แล้วรวบตัวหญิงสาวเข้ามากอดไว้ทันที
ร่างของทั้งสองแนบชิดเกี่ยวกระหวัดกัน เสื้อผ้าที่เปียกโชกไม่อาจกั้นขวางสัมผัสได้ ความนุ่มนิ่มของเหยียนจือแนบตรงกับอกของชายหนุ่ม
แต่ตอนนี้ไม่มีใครมีแก่ใจสนใจเรื่องพวกนั้น ต้วนเฮ่อคิดเพียงว่าจะรีบพาหญิงสาวขึ้นฝั่งให้ได้
เหยียนจือสำลักน้ำไปสองอึก พอต้วนเฮ่อกอดเธอไว้ก็รีบโอบคอเขาอย่างลนลาน ดวงตาคลอหยาดน้ำดูน่าสงสารจับใจ
“พี่เฮ่อ… ฉันไม่เป็นไร แค่เมื่อกี้นึกว่าตัวเองจะตายเสียแล้ว”
ปลายจมูกของเหยียนจือแดงก่ำ น้ำตาหยดหนึ่งไหลพรั่งพรูออกมา เสียงร้องไห้ของเธอแผ่วเบา ราวกับไม่กล้าระบายความคับข้องใจและหวาดกลัวในใจออกมา
“มีพี่อยู่ เธอไม่เป็นไรหรอก”
ต้วนเฮ่อฝืนข่มไฟโกรธเอาไว้ เมื่อครู่เขาเห็นชัดเจนว่าเป็นสวี่ตี๋ที่คิดผลักเหยียนจือลงน้ำ แต่เพราะเกิดเหตุไม่คาดฝัน เธอจึงพลัดตกลงไปในน้ำด้วย
ต้วนเฮ่อเชื่อภาพที่ตนเห็น ถึงสวี่ตี๋จะตกน้ำไปด้วย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ไฟโกรธในใจเขามอดลงแม้แต่น้อย
ถ้าเขามาช้ากว่านี้อีกนิด ถ้าไม่มีใครช่วยหญิงสาวขึ้นมาได้ เธอคงต้องติดอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ไปตลอดกาลหรือเปล่า
กรามของต้วนเฮ่อขบแน่น เขาข่มความโกรธในใจแล้วปลอบเหยียนจือในอ้อมแขนไม่หยุด พลางประคองเธอว่ายไปยังฝั่งทีละน้อย
