หลังจากปลอบเด็กสาวจนสงบลงได้ ต้วนเฮ่อก็กลัวว่าข่าวอื่น ๆ จะทำให้เหยียนจือจมดิ่งสู่ความเศร้า จึงกล่อมให้เธออย่าไปสนใจเรื่องนี้ ก่อนจะรีบส่งคนไปสืบหาต้นตอของข่าวทันที
เหยียนจือมองท่าทางที่ต้วนเฮ่อคอยวุ่นวายเพื่อเธออยู่ตรงหน้า หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ยื่นมือไปดึงชายเสื้อเขา ตั้งใจจะบอกความจริงกับเขา
“จือจือ?”
“พี่เฮ่อ ฉันอยากเล่าให้คุณฟังว่าเรื่องจริงเบื้องหลังรูปนี้เป็นยังไง”
เหยียนจือเงยหน้าขึ้น ตอนพูดประโยคนี้ ร่างของเธอเกร็งแน่น สีหน้าก็ไม่ค่อยดีนัก เห็นได้ชัดว่าเรื่องราวเบื้องหลังรูปนี้ทิ้งบาดแผลทางใจไว้กับเด็กสาวอย่างมาก
“ได้”
ต้วนเฮ่อไม่ได้ปฏิเสธ เขาจำเป็นต้องรู้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่ จึงจะช่วยเหยียนจือชี้แจงข่าวลือได้ดียิ่งขึ้น
“ตอนฉันเรียนมัธยมปลายปีสอง เพราะคะแนนดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด เลยได้เข้าไปเรียนในห้องเรียนเร่งรัด แล้วก็ได้นั่งโต๊ะเดียวกับผู้ชายคนหนึ่ง”
“ผู้ชายคนนั้นเป็นคนกระตือรือร้นมาก ความสัมพันธ์ของเราสนิทสนมขึ้นในเวลาไม่นาน เขากลายเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่ฉันสนิทที่สุดในห้องใหม่”
เหยียนจือเล่าทีละคำ พอต้วนเฮ่อได้ยินถึงตรงนี้ก็กำหมัดแน่น แม้จะรู้ว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะนัก แต่ในใจก็ยังอดหึงขึ้นมาไม่ได้
“ผู้หญิงในรูปคนนั้นรู้เรื่องนี้เข้า เธอเป็นหัวโจก...คอยรังแกฉัน วันนั้นฉันถูกตีจนเจ็บ เลยหาโอกาสแย่งไม้มาได้ ส่วนอีกฝ่ายกลัวเพราะตำรวจมาถึง”
