หลังออกจากร้านอาหาร ทั้งสองต่างปิดปากเงียบเรื่องที่เกิดขึ้น ราวกับว่าเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพวกเขาเลย
แต่เหยียนจือรู้ดีว่าตัวเองเปิดประตูหัวใจของลู่สือเจ๋อได้สำเร็จแล้ว สายตาที่เขามองเธอมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในดวงตายังเจืออารมณ์บางอย่างที่ยากจะอธิบาย
ลู่สือเจ๋อยังไม่ทันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ในช่วงเวลาสั้น ๆ เขารู้เพียงว่าตัวเองเริ่มชินกับการที่เหยียนจือเข้ามาอยู่ในชีวิตมากขึ้นทุกที
ต่อให้เหยียนจือบุกเข้าห้องนอนของลู่สือเจ๋อโดยไม่บอกกล่าว เขาก็ไม่รู้สึกไม่พอใจเลยสักนิด เหมือนเช่นวันนี้
“พี่ลู่ รีบตื่นเร็วค่ะ ทางกองถ่ายส่งข่าวมาว่าวันนี้จะมีฝนตกแดดออก เพิ่งจะถ่ายฉากฝนตกได้พอดี ผู้กำกับให้เราไปถึงกองก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมงค่ะ”
เหยียนจือเดินเข้าห้องนอนของลู่สือเจ๋อ พลางพูดไปด้วยและเปิดไฟไปด้วย จากนั้นยังไปหยิบเสื้อผ้าจากตู้มาวางไว้ข้างกายเขา
ลู่สือเจ๋อลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงนิ่ง ๆ เขาก้มหน้าต่ำจนผมหน้าม้าปรกบังดวงตา ทำให้เหยียนจือมองสีหน้าของเขาในตอนนี้ไม่ออก
แต่เหยียนจือรู้ว่าเขายังตื่นไม่เต็มตา ดาราดังขนาดนี้นอนไม่พอก็ไม่อาละวาด แค่นั่งนิ่งไม่สนใจใครเท่านั้น
“พี่ลู่ ถ้าไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าตอนนี้จะไม่ทันแล้วนะคะ จากที่นี่ไปกองถ่ายใช้เวลาตั้งยี่สิบกว่านาที”
