“ท่านประธาน รายงานเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
เสียงจากคอมพิวเตอร์ปลุกจี้ถิงโจวให้ตื่นจากภวังค์ พอรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขาก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ก่อนจะรีบชักมือกลับ
“เข้าใจแล้ว สรุปเนื้อหาการประชุมวันนี้เป็นเอกสารแล้วส่งมาให้ผม เลิกประชุมได้”
หลังจี้ถิงโจวกดปิดการประชุม คอมพิวเตอร์ก็เงียบสนิท ทว่าความเงียบในห้องทำงานกลับยิ่งชัดเจนขึ้น
“พี่คะ เมื่อกี้...พี่กำลังทำอะไรอยู่เหรอ?”
เหยียนจือโน้มริมฝีปากแดงระเรื่อเข้าไปใกล้ แล้วยังจงใจอ้าปากให้จี้ถิงโจวเห็น ปลายลิ้นวูบไหวอยู่ตรงหน้าเขา
“แล้วเธอคิดว่าพี่กำลังทำอะไรล่ะ?”
ดูเหมือนจี้ถิงโจวจะจับทางได้แล้วว่ายัยจิ้งจอกน้อยชอบยั่วแล้วหนี พอถูกหญิงสาวถาม เขาจึงไม่ตอบตรง ๆ แต่โยนคำถามกลับไปให้เธอแทน
เหยียนจือเม้มปากทันที ทำท่าทางกระเง้ากระงอดเล็กน้อย ก่อนจะรีบผละออกจากอ้อมแขนของจี้ถิงโจว
“ช่วงนี้พี่พูดจาไม่น่าสนใจขึ้นทุกวันเลยนะ เสื้อผ้าทำไมยังมาไม่ถึงอีก เดี๋ยวเราต้องไปพบคุณปู่ฉีไม่ใช่เหรอคะ?”
จี้ถิงโจวแอบหัวเราะในใจ ยัยตัวเล็กคนนี้ช่างเอาแต่ใจตัวเอง ห้ามแต่คนอื่นทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ ก่อนหน้านี้ตอนเธอหยอกเขา ทำไมไม่เห็นพูดว่าเรื่องแบบนั้นไม่น่าสนใจบ้าง
เพราะการลองหยั่งเชิงครั้งนี้ จี้ถิงโจวจึงมั่นใจได้ว่าเหยียนจือไม่ได้ไร้ใจให้เขา
หากเธอไม่รู้สึกอะไรเลย แล้วจะเข้ามาใกล้ชิดกับเขาขนาดนั้นได้อย่างไร แต่เขาก็เข้าใจความกังวลในใจของเหยียนจือ และจะลงมือแก้ไขมันด้วยตัวเอง
