“อาจารย์ครับ”
“เสี่ยวเฮ่อ มาแล้วเหรอ เข้ามาสิ”
ศาสตราจารย์เหยียนเปิดประตูออกมาก็เห็นต้วนเฮ่อยืนอยู่ด้านนอก เขายิ้มพลางรีบกวักมือเรียกให้ต้วนเฮ่อเข้ามา
“นี่เป็นบทความที่ผมเพิ่งเขียนเสร็จครับ อาจารย์ช่วยดูให้หน่อยนะครับ”
ต้วนเฮ่อหยิบสมุดบันทึกออกจากกระเป๋า ตั้งใจจะให้อาจารย์เหยียนตรวจดู แต่อาจารย์เหยียนโบกมือห้าม บอกให้เขาอย่าเพิ่งรีบร้อน
“นาน ๆ มาสักที ดื่มชาก่อนสิ ตอนเย็นอยู่กินข้าวด้วยกัน ไม่ต้องรีบหรอก”
ต้วนเฮ่อวางกระเป๋าเป้ลงอย่างเงียบ ๆ แล้วเอ่ยขอบคุณอาจารย์เหยียนที่รินชาให้ ส่วนอาจารย์เหยียนมองลูกศิษย์ตรงหน้า แววตาพึงพอใจนั้นไม่จำเป็นต้องพูดออกมาก็เห็นได้ชัด
สมกับเป็นนักศึกษาที่เขาหมายตาไว้ตั้งแต่ปีหนึ่ง ตอนนี้เพิ่งเรียนปริญญาโทปีสอง แต่ก็มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ถึงสองฉบับแล้ว ไม่รู้ว่าเก่งกว่าคนวัยเดียวกันกี่เท่า
นอกจากความสามารถแล้ว หน้าตาของต้วนเฮ่อก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ความหล่อของเขาเจือกลิ่นอายผู้ดี ชวนให้นึกถึงคุณชายตระกูลสูงศักดิ์ในสมัยโบราณ ซึ่งความจริงแล้วฐานะทางบ้านของต้วนเฮ่อก็ดีไม่น้อย
ต้วนเฮ่อสนิทสนมกับอาจารย์เหยียนมาก อีกฝ่ายตั้งใจดูแลลูกศิษย์จากใจ เขาจึงนับถืออาจารย์เหยียนเป็นอาจารย์ของตน ทั้งสองพูดคุยกันเรื่อยเปื่อย จนไม่รู้ว่าอย่างไรถึงวกไปพูดถึงลูกสาวของอาจารย์เหยียน
“เธอก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยจิงได้แล้วนะ แต่...”
อาจารย์เหยียนถอนหายใจ พอพูดถึงสาขาวิชาของลูกสาวก็ทั้งขำทั้งจนใจ
