เหยียนลี่อวิ๋นมองเบาะข้างคนขับที่เหยียนจือนั่งจับจอง สีหน้าดูย่ำแย่
ถึงเธอจะไม่ได้มีใจให้จี้ถิงโจวซึ่งเป็นคู่หมั้น แต่เธอก็ยังเป็นคู่หมั้นของเขาอยู่ดี
เหยียนลี่อวิ๋นให้ความสำคัญกับสิ่งที่แสดงถึงสถานะของตัวเองเป็นพิเศษในบางเรื่อง
เหยียนจือนั่งบนเบาะข้างคนขับโดยไม่ขออนุญาตเธอสักคำ เหยียนลี่อวิ๋นมองน้องสาวแล้วรู้สึกคลื่นไส้ราวกับกลืนแมลงวันเข้าไปหลายตัว
“ฉันก็จะไปงานเลี้ยงเหมือนกัน เลยขอให้พี่เขยพาไปด้วย พี่จะไม่พอใจหรือเปล่าคะ?”
เหยียนจือจับเข็มขัดนิรภัย พลางเอ่ยด้วยสีหน้าไร้เดียงสา เหยียนลี่อวิ๋นเหลือบมองจี้ถิงโจว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทะเลาะกับน้องสาวต่อหน้าคู่หมั้นของตัวเอง
ถ้าจี้ถิงโจวเห็นเธอทะเลาะใหญ่โตกับน้องสาวแท้ ๆ เพียงเพราะเรื่องเบาะข้างคนขับ แบบนั้นคงเสียหน้าแย่
“จะไม่พอใจได้ยังไง อยากนั่งก็นั่งสิ”
เหยียนลี่อวิ๋นกระตุกมุมปาก พูดทั้งที่ใจไม่ตรงกับปาก บนใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ แต่เธอก็ยังฝืนทำเป็นสงบ ปิดประตูรถแล้วไปนั่งเบาะหลังด้วยตัวเอง
จี้ถิงโจวมองเห็นสีหน้าของสองพี่น้องทั้งหมด พอเห็นคู่หมั้นนั่งเบาะหลังด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ เขาก็เหลือบมองหญิงสาวบนเบาะข้างคนขับอีกครั้ง ก่อนจะไม่พูดอะไรสักคำ แล้วเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปยังงานเลี้ยงอย่างสงบนิ่ง
เหยียนจือเอนตัวพิงเบาะ เหลือบมองจี้ถิงโจวจากหางตา บางครั้งการไม่แสดงท่าทีอะไรเลย ก็เป็นการเลือกข้างอย่างหนึ่งไม่ใช่หรือ
