เหยียนจือกับลู่สือเจ๋อขึ้นเครื่องบินอย่างสงบนิ่ง พอถึงเมืองหลวงก็มีบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่สองคนมารอรับที่สนามบิน
ดูท่าลู่สือเจ๋อคงกลัวจริง ๆ ว่าเหตุไม่คาดฝันครั้งก่อนจะเกิดขึ้นอีก แผลที่เท้าของเหยียนจือยังไม่หายดี หากเกิดเรื่องขึ้นอีกจะทำอย่างไร
เหยียนจือยอมรับการจัดการของลู่สือเจ๋อได้อย่างไม่มีปัญหา เธอตามเขากลับบ้าน ส่วนลู่สือเจ๋อก็ไปเก็บกวาดข้าวของที่ห้องเช่าของเธอด้วยตัวเอง
เสื้อผ้าชั้นในของหญิงสาว ลู่สือเจ๋อไม่อยากให้ใครแตะต้อง
หลังได้เป็นแฟนของเหยียนจือ ลู่สือเจ๋อก็เริ่มซ่อนอาการคลั่งรักไม่มิด ตอนเก็บเสื้อผ้า ในใจก็พร่ำแต่คำว่า ‘น่ารักจัง’ ซ้ำไปซ้ำมา
เหยียนจือไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด เพราะตอนลู่สือเจ๋อกลับมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง เขายังวางท่าทางสงบนิ่ง ไม่มีท่าทีรู้สึกผิดให้เห็นแม้แต่น้อย
“พี่ลู่ กลับมาแล้วเหรอ~”
หญิงสาวสวมเสื้อผ้าบางเบา เสื้อสายเดี่ยวเรียบง่ายที่สุดเผยให้เห็นเรียวขายาวที่แกว่งไหวอยู่ตรงหน้า จนแสงผิวขาวผ่องแทบทำให้ดวงตาของลู่สือเจ๋อพร่ามัว
ลำคอของลู่สือเจ๋อขยับ เขาก้าวเร็ว ๆ เข้าไปกอดเหยียนจือไว้ในอ้อมแขน แล้วเอื้อมมือบีบนวดข้อเท้าของเธอเบา ๆ
“ยังเจ็บอยู่ไหม?”
“ไม่ค่อยเจ็บแล้วค่ะ พักอีกสองวันก็กลับไปอยู่ข้างพี่ลู่ได้แล้ว”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยของเหยียนจือหล่อเลี้ยงหัวใจที่เต้นแรงของลู่สือเจ๋อ เขามองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน รับคำเสียงเบา ก่อนก้มลงจูบริมฝีปากสีชมพูที่เฝ้ามองมานาน
