งานชมบุปผาขององค์หญิงใหญ่ยังจะพาเฉินซือซือ หญิงกำพร้าที่ไร้ยศศักดิ์ติดตัวไปด้วยอีก การทำเช่นนี้ไม่เท่ากับเปิดโอกาสให้คนอื่นหัวเราะเยาะจวนแม่ทัพหรือ
เหยียนจือได้ยินดังนั้นก็ลืมตาขึ้น แต่ครู่ต่อมาก็ค่อย ๆ หลับลงอีกครั้ง
ช่างเถอะ ในเมื่อชุยเจ๋อตัดสินใจเช่นนี้แล้ว เรื่องผันแปรที่จะเกิดขึ้นภายหลังคงอยู่ในแผนการของเขาหมดแล้ว
ส่วนตัวนางนั้น ชุยเจ๋อไม่ให้นางไปร่วมงานชมบุปผา เหยียนจือก็ไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือไม่พอใจ เขารู้ดีว่านี่เป็นวิธีที่ชายผู้นี้ใช้ปกป้องนาง
เฉินซือซือดึงดูดสายตาทุกคนอยู่ข้างนอก เหยียนจือที่อยู่ด้านในก็จะไม่ถูกใครจับตามอง
“ข้ารู้แล้ว ข้าจะอยู่ในเรือนอย่างสงบเสงี่ยม”
สาวใช้ตัวน้อยทั้งสองสบตากัน ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ท่านแม่ทัพหาของเล่นน่าสนใจมาให้คุณหนูตั้งหลายอย่าง รอคุณหนูพักผ่อนพอแล้วค่อยไปดูได้นะเจ้าคะ”
“ท่านแม่ทัพใส่ใจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
เหยียนจือเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ พอเห็นสายตาหยอกล้อของสาวใช้ทั้งสอง แก้มของนางก็แดงระเรื่อ
“ช่วยไปเอาเข็ม ด้าย แล้วก็ผ้ามาให้ข้าหน่อย ข้าอยากปักถุงหอมให้ท่านแม่ทัพ”
“บ่าวจะไปจัดการเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
ยามค่ำ ชุยเจ๋อรีบร้อนกลับมาถึงจวนแม่ทัพ แวบแรกก็เห็นหญิงสาวนั่งปักผ้าอยู่ใต้แสงตะเกียง
หญิงงามใต้แสงตะเกียงยิ่งมองก็ยิ่งงาม ความกระวนกระวายที่สั่งสมมาทั้งวันของชุยเจ๋อค่อย ๆ สงบลง เขายืนปรับลมหายใจอยู่นอกห้อง ก่อนจะก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว