จี้ถิงโจวโน้มเข้าไปจูบริมฝีปากแดงของหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยเสียงอู้อี้
“ครั้งเดียวไม่พอ ต้องจูบสองครั้ง”
“ได้สิ”
หลังออกจากนิทรรศการภาพวาด ทั้งคู่ก็ตรงไปยังตระกูลเหยียนทันที ตั้งใจจะเปิดอกคุยกันให้รู้เรื่อง
“ไม่ได้ไปชมนิทรรศการภาพวาดกันเหรอ ทำไมกลับมาเร็วจัง”
แม่เหยียนอยู่บ้านคนเดียว พอเห็นลูกสาวคนเล็กกับจี้ถิงโจวเดินเข้ามาพร้อมกันก็อดแปลกใจไม่ได้
“นิทรรศการไม่มีอะไรน่าสนใจค่ะ แต่มีเรื่องสำคัญมาก อยากกลับมาคุยกับแม่”
เหยียนจือกับจี้ถิงโจวนั่งเคียงกันบนโซฟา พอเห็นทั้งคู่นั่งเรียงกันแบบนั้น แม่เหยียนก็พลันรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา
สองคนนี้สนิทสนมกันเกินไปหรือเปล่า?
“คุณน้า ผมขอโทษนะครับ เกรงว่าผมคงแต่งงานกับเหยียนลี่อวิ๋นต่อไปไม่ได้แล้ว”
“อะไรนะ!”
แม่เหยียนตกใจจนรีบวางถ้วยชาในมือลง โน้มตัวไปข้างหน้า สีหน้าร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด
“เกิดอะไรขึ้น พวกเธอทะเลาะกันเหรอ หรือมีเรื่องไม่คาดคิดอะไร? มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกัน อย่าเพิ่งวู่วามยกเลิกการแต่งงานนะ”
จี้ถิงโจวได้ยินคำพูดของแม่เหยียนก็เม้มปากยิ้มเล็กน้อย
“ไม่ใช่ยกเลิกการแต่งงานครับ แต่เป็นการเปลี่ยนคู่แต่งงาน”
“เปลี่ยนคู่แต่งงาน...”
แม่เหยียนชะงักไป ก่อนจะเห็นจี้ถิงโจวคว้ามือเหยียนจือไว้ทันที
แม่เหยียนเบิกตาค้าง
“ผมกับเหยียนลี่อวิ๋นเข้ากันได้ไม่ดีนัก แต่ระหว่างนั้นผมกลับเผลอชอบจือจือเข้า”
จี้ถิงโจวเอ่ยอย่างระมัดระวัง พยายามรับผิดไว้ที่ตัวเองให้มากที่สุด จะได้ไม่ทำให้หญิงสาวข้างกายต้องเดือดร้อน
